งนั้นนายก็สามารถประมือกับญาติผู้น้องของนายได้สักครั้งแล้ว” จากนั้นเขานึกถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่หลี่ซื่ออวี๋กลับมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเสียดายว่า “เดิมทีฉันคิดว่านายจะสมัครสอบเข้าภาควิชาควบคุมหุ่นรบของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งซะอีก ไม่นึกเลยว่ากลับมาแล้ว จู่ๆ ก็บอกฉันว่านายจะเป็นแพทย์ทหาร ฉันยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้เลย…”
อวิ๋นซิวกล่าวถึงตรงนี้ก็ทำหน้าสงสัย เขายังอยากรู้จวบจนกระทั่งตอนนี้ แค่จากไปเป็นเวลาครึ่งเดือนสั้นๆ หลังจากที่กลับมา ความฝันกับเป้าหมายของหลี่ซื่ออวี๋ก็ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง
ถึงขนาดที่ว่าหลี่ซื่ออวี๋โดนพ่อแม่ของเขาปฏิบัติด้วยความเย็นชาเพราะเลือกเป็นแพทย์ทหาร หลังจากที่อยู่ปีสอง หลี่ซื่ออวี๋ก็มีน้องชายแท้ๆ ที่เพิ่งเกิดหนึ่งคน การกระทำของพ่อแม่หลี่ซื่ออวี๋ยืนยันว่าเขาถูกพวกเขาทอดทิ้งแล้ว เนื่องจากคนที่จะกลายเป็นผู้นำตระกูลของตระกูลหลี่ต้องเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบที่เก่งกาจที่สุด และการตัดสินใจของหลี่ซื่ออวี๋ก็บ่งบอกชัดเจนว่าเขาล้มเลิกการแย่งชิงที่จะเป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งของตำแหน่งผู้นำตระกูลเอง
ถ้าหากหลี่ซื่ออวี๋ไม่มีพรสวรรค์ด้านควบคุมหุ่นรบอะไรจริงๆ อวิ๋นซิวย่อมสนับสนุนการตัดสินใจของเพื่อนสนิทแน่นอน แต่ความจริงแล้ว พรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบของหลี่ซื่ออวี๋สูงมาก
ถึงแม้ว่าหลี่ซื่ออวี๋จะทุ่มเทหัวใจให้กับการวิจัยการแพทย์และใช้เวลาน้อยที่สุดตามเงื่อนไขของโร