ี่แตกต่างมากขึ้นก็ได้
ถึงแม้ว่าหลี่ซื่ออวี๋รู้สึกว่าคำพูดเหล่านี้ดูแปลกพิกลอยู่บ้าง เหมือนกับญาติผู้พี่ตั้งใจเอ่ยถึงอะไรบางอย่าง เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดเยอะ แค่ฟังคำพูดของญาติผู้พี่เงียบๆ สูดรับความอบอุ่นของอีกฝ่ายให้มากขึ้นอย่างละโมบเท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ตระกูลหลี่ในโดฮาไม่สามารถมีได้ ดังนั้นเขาถึงได้โลภปรารถนา จนกระทั่งเขาเห็นหน้าผากของญาติผู้พี่เหงื่อไหลย้อยลงมาเพราะความเหนื่อยล้า ถึงได้จำเป็นต้องบอกลาจากไปด้วยความอาลัยอาวรณ์
ระหว่างเดินทางกลับ เขาที่เยือกเย็นลงแล้วก็ได้ใคร่ครวญพวกคำพูดที่ญาติผู้พี่กล่าวออกมา ก่อนจะพบความผิดปกติบางอย่าง ดูเหมือนญาติผู้พี่ตั้งใจให้คำแนะนำเขา ตอนนั้นเขาก็สงสัยแล้วว่าทำไมญาติผู้พี่ถึงพูดเรื่องพวกนี้…
เมื่อเขาพบคุณปู่ คุณปู่เอ่ยปากกับเขาเองว่า ต่อไปสถานะผู้สืบทอดของญาติผู้พี่จะให้เขามาแบกรับไว้ เขาถึงค่อยตะลึงงันตระหนักได้ว่า การที่คุณปู่ให้เขาไปเยี่ยมญาติผู้พี่ ไม่ใช่เพื่อสิ่งที่เรียกว่าความรักในครอบครัว หากแต่ให้การมาของเขาบอกญาติผู้พี่ว่าการตัดสินใจของตระกูลหลี่คืออะไร เขาเป็นคนที่ถูกตระกูลหลี่เลือกให้รับสืบทอดแทนญาติผู้พี่…
หลี่ซื่ออวี๋นึกเสียใจไม่หยุดขึ้นมาทันที เพราะความไม่รู้ของเขา ความโง่เง่าของเขา ความเชื่องช้าของเขาถึงทำให้เขาทำร้ายญาติผู้พี่ที่เขาเคารพรักด้วยมือตัวเอง เขาเองก็แค้นความไร้น้ำใจของตระกูลหลี่ ร่างกายญาติผู้พี่อ่อนแอขนาดน