ปลงเขาทั้งชีวิต…
หลี่ซื่ออวี๋นึกถึงคนที่มีใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากคล้ำ กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้อย่างอ่อนเพลีย ทว่ายังคงเผยรอยยิ้มอบอุ่นมาทางเขา รอยยิ้มบริสุทธิ์นั้นไม่มีความคับแค้นใจเลยสักนิดเดียว ไม่ใช่ว่าญาติผู้พี่ไม่รู้แผนการของตระกูลหลี่ แต่เขากลับใช้ชีวิตโดยไม่ใส่ใจ
กำลังกายของญาติผู้พี่ด้อยมาก ไม่สามารถฝืนให้เขาพูดมากเกินไป หลี่ซื่ออวี๋จำได้ว่าช่วงเวลาที่เขาเจอหน้าญาติผู้พี่ตอนนั้นสั้นมากๆ มีเวลาแค่สิบกว่านาทีสั้นๆ ช่วงเวลานั้นญาติผู้พี่ไม่ได้พูดเรื่องสัพเพเหระเลย หากแต่พูดเรื่องการตระหนักเข้าใจเรื่องราวบางอย่างของเขา เช่นบอกว่าต้องฟังให้มาก ดูให้มาก เรียนรู้ให้มาก ใคร่ครวญให้มาก เช่นนี้ถึงจะสามารถมองเห็นได้ชัดเจน มองเห็นได้ไกล และพูดอย่างเช่น คนเราไม่สามารถหลับหูหลับตาตัดสินเรื่องราวหรือว่าคนได้ มักจะมีเรื่องบางอย่างหรือบางคนที่ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น ต้องคิดจากหลายๆ ด้าน บางทีอาจจะค้นพบสิ่งใหม่ได้ สุดท้ายยังพูดว่า เรื่องที่คนเราทำได้ยากมากที่สุดกลับเป็นความอดทนและการทำใจกว้างยอมรับ โดยเฉพาะเพื่อนและญาติพี่น้องบางคน บางครั้งพวกเขาทำผิดพลาด ก็อย่าตำหนิทันที ต้องให้โอกาสอีกฝ่ายแก้ไขข้อผิดพลาดให้ถูกต้อง บางครั้งถอยหลังก้าวหนึ่งอาจจะได้รับผลที่มากกว่า…เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก็เหมือนหลี่อิงเจี๋ยที่ดูยโสโอหัง แต่เนื้อแท้ไม่ได้เลวร้าย อดทนมากหน่อยอาจจะมองเห็นจุดที่โดดเด่นและจุดท