ราชันสายฟ้าคือคนที่มหัศจรรย์อย่างไม่ต้องสงสัยเลยแม้แต่น้อย และเว่ยจี้ก็คาดหวังว่าหวังฮุยจะสามารถเลียนความมหัศจรรย์นี้ได้ เช่นนั้นพอราชันสายฟ้าเรียนจบออกไปจากโรงเรียนทหารในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มหุ่นรบอู๋จี๋ของพวกเขาขึ้นสู่จุดสูงสุด
จ้าวจวิ้นได้ยินระดับการต่อสู้ของหวังฮุย แววตาก็เปล่งประกายฉับพลัน “ไม่เลว อู๋จี๋มีอัจฉริยะสองคนนี้เข้าร่วมกลุ่ม อนาคตก็ไร้ขีดจำกัดแล้ว”
คำพูดของจ้าวจวิ้นทำให้หานอวี้กับเว่ยจี้ยิ้มขึ้นมาด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ เมื่อเทียบกับหลี่หลานเฟิงที่มากแผนการทำให้คนต้องขบคิดหลายตลบแล้ว จ้าวป้าเทียนที่รู้จักแค่การต่อสู้ก็ดูซื่อๆ มากกว่า คำพูดของเขาย่อมไม่อ้อมค้อมไปมา คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น
จ้าวจวิ้นกล่าวจบก็ตบบ่าหวังฮุยเหมือนกับชื่นชม จากนั้นก็เดินไปนั่งลงข้างกายหลี่หลานเฟิง
การกระทำของจ้าวจวิ้นทำให้หานอวี้กับเว่ยจี้ขมวดคิ้ว แววตาเผยร่องรอยความโกรธขึ้งออกมาเล็กน้อย นึกเสียใจว่าพวกเขาไม่ควรใช้อุบายบางอย่างยั่วยุจ้าวจวิ้นเพื่อข่มขวัญเขาในตอนแรก ทำให้หลี่หลานเฟิงฉวยโอกาสเป็นคนไกล่เกลี่ยระหว่างสองฝ่าย ได้รับมิตรภาพของจ้าวจวิ้นได้สำเร็จ จนทำให้ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนสนิทสนมกัน ถ้าหากโจวย่าสามารถแทนที่หลี่หลานเฟิงได้จริงๆ ละก็ เกรงว่าพวกเขาคงไม่สามารถขับไล่หลี่หลานเฟิงออกจากตำแหน่งในกลุ่มอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไปเช่นกัน…
การร่วมมือกันมาหลายปีทำให้พวกเขา