นั้น ในเวลาเดียวกันก็เป็นเพราะว่าเขากล้าคิดเรื่องที่คนรอบข้างไม่กล้าคิด
“เอาล่ะ ลูกพี่หลาน อาศัยคำพูดประโยคนี้ของนาย ฉัน…หลี่อิงเจี๋ยขอยอมรับว่านายเป็นลูกพี่ของฉันจากใจจริง” เสียงหนึ่งดังมาจากหน้าประตู อู่จย่งไม่จำเป็นต้องหันหน้ากลับไปก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร ในที่สุดเวลานี้เจ้าคนที่นิสัยหัวดื้ออวดดีและปากแข็งอย่างหลี่อิงเจี๋ยคนนี้ก็เอ่ยปากยอมศิโรราบต่อหลิงหลานแล้ว
คำพูดประโยคนี้ของหลี่อิงเจี๋ยทำให้หลิงหลานประหลาดใจเช่นกัน เธอเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยอย่างเย้าแหย่ว่า “ฉันคิดว่า ฉันเป็นลูกพี่ของนายมาตั้งนานแล้วเสียอีก”
หลี่อิงเจี๋ยสะอึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นดูคาดไม่ถึง สุดท้ายก็เอ่ยอย่างท้อแท้ใจว่า “ช่างเถอะ ถึงยังไงฉันก็ยอมรับนายเป็นลูกพี่แล้ว นายจะว่ายังไงก็ตามใจ” หลี่อิงเจี๋ยไม่อาจปฏิเสธได้ เขาเอาชนะหลิงหลานไม่ได้ ความกล้าก็ไม่ได้มากเหมือนอีกฝ่าย ตอนนี้กระทั่งความเย่อหยิ่งที่มีมาตลอดก็พ่ายแพ้ให้กับหลิงหลานเหมือนกัน เขายังมีคุณสมบัติอะไรไปโต้แย้งคำพูดของหลิงหลานอีกล่ะ
ท่าทีที่ถูกทำร้ายเช่นนี้ของหลี่อิงเจี๋ยกลับทำให้หลิงหลานรู้สึกอดสงสารไม่ได้เล็กน้อย เธอยังคงคิดว่าหลี่อิงเจี๋ยที่อวดดีค่อนข้างถูกตาต้องใจมากกว่า ดังนั้นหลิงหลานจึงชี้ไปที่โซฟาข้างกายพลางกล่าวว่า “นั่งสิ หลี่อิงเจี๋ย ฉันไม่อยากให้นายทิ้งนิสัยของนายหรอกนะ ขอเพียงมีความสามารถมากพอ ฉันไม่คิดว่าความอวดดีจะมีปัญหาอะไร ต่อไปมีเรื่องอะไรที