มีหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดประมาณสามสิบเซนติเมตร หลี่หลานเฟิงชูมือขวาขึ้นแล้วโบกไปที่หน้าจอ จากนั้นก็เห็นประตูห้องเลื่อนไปทางด้านซ้ายเบาๆ เผยให้เห็นทางเข้าที่มีความกว้างเกือบสองเมตร ทั้งสองคนเดินตรงเข้าไปโดยไม่ลังเล
เมื่อเข้าไปในห้องก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในห้องว่า “ฮ่าๆ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา หลานเฟิง มาสิ ฉันจะแนะนำเด็กที่มีพรสวรรค์ให้นายรู้จัก”
หลี่หลานเฟิงมองไปตามเสียงนี้แล้วก็เห็นหานอวี้นั่งอยู่บนโซฟากำลังโบกมือให้เขาอยู่ ท่าทีนั้นเรียกได้ว่าไม่มีความเกรงใจอะไรเลย และข้างกายเขามีเด็กหนุ่มที่ดูไม่ประสีประสาสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรกำลังยืนตัวตรงอยู่หนึ่งคน ดูท่าน่าจะเป็นนักเรียนใหม่ของปีนี้ เวลานี้เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาแฝงไปด้วยความเคารพอยู่นิดหน่อย
มุมปากของหลี่หลานเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา ทำให้เขาดูอบอุ่นอย่างหาใดเปรียบ ทว่ารอยยิ้มนี้กลับทำให้ฝ่ายตรงข้ามอึ้งไป แววตามีร่องรอยความงุนงงพาดผ่านอย่างรวดเร็ว แต่เขาเก็บงำเอาไว้แล้วกลับคืนสู่สีหน้าดังเดิมได้เร็วมาก
รอยยิ้มตรงมุมปากของหลี่หลานเฟิงกดลึกขึ้น เขาหันหน้ามองไปทางหานอวี้ที่อยู่ด้านข้างซึ่งกำลังมองสีหน้าเขาอย่างจริงจัง เขาเหมือนกับไม่รู้สึกถึงท่าทีที่ดูไร้มารยาทเล็กน้อยของหานอวี้เมื่อสักครู่นี้เลย เขายิ้มแย้มกล่าวโดยที่ไม่มีร่องรอยความคับข้องใจเลยสักนิดว่า “หานอวี้ ดีจริงเชียว