ยินดีด้วยที่นายรับขุนพลอีกคน แต่ไม่ว่าจะดีใจอีกแค่ไหนก็ต้องทดสอบดูดีๆ นะ อย่าโดนคนฉวยโอกาสตอนที่วุ่นวายอีกล่ะ”
คำพูดของหลี่หลานเฟิงทำให้สีหน้าของหานอวี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย นี่ทำให้เขานึกถึงเมื่อหลายวันก่อนเขารับกลุ่มนักเรียนสอบเข้าที่มาจากดาวของพวกเขาด้วยความตื่นเต้นยินดี ตอนนั้นเขาพาคนเหล่านั้นมาโอ้อวดหลี่หลานเฟิง เพราะว่าคราวนี้ดาวเว่ยหลานที่เป็นดาวระดับสามของหลี่หลานเฟิงไม่มีคนสอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้เลยสักคน
ไม่นึกเลยว่าคนพวกนี้จะเป็นคนที่ไร้ประโยชน์อยู่บ้าง พอถูกพลังกดดันของจ้าวจวิ้นสะกดเอาไว้ก็เก็บหางไว้แน่นกลัวหัวหดไม่กล้าพูดออกมาสักประโยค จวบจนวันนี้เมื่อนึกถึงสีหน้าขี้ขลาดหวาดกลัวนั้นก็ทำให้เขาโมโหอย่างยิ่งยวด รู้สึกมาตลอดว่าการแสดงออกของคนพวกนั้นเป็นการขายหน้าดาวอู๋จี๋ของพวกเขา
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าจ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงต่างมาจากดาวระดับสาม เพียงแต่ทั้งสองคนมาจากดาวที่แตกต่างกัน จ้าวจวิ้นมาจากดาวชื่อเหยียน ส่วนหลี่หลานเฟิงมาจากดาวเว่ยหลาน แต่ดาวอู๋จี๋เป็นดาวระดับหนึ่งของสหพันธรัฐ ไม่ว่าจะเป็นระดับหรือว่าทรัพยากรสวัสดิการต่างสูงกว่าดาวระดับสามมาก ดังนั้นหานอวี้จึงโกรธขึ้งที่ขายหน้าต่อหน้าจ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิง
หานอวี้มองหลี่หลานเฟิงด้วยความจริงจังแวบหนึ่ง อยากดูว่าเขาจงใจหยิบคำพูดมาถากถางเขาหรือเปล่า แต่แววตาของหลี่หลานเฟิงกลับกระจ่างใสอย่างหาใดเปรียบ รอยยิ้มอบ