ับถือลูกพี่ของเขาอีกสักแค่ไหน ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ท่าทางของเขาหรอกนะ เห็นแล้วรู้สึกหนาวชะมัด
บางทีสีหน้าลึกล้ำเช่นนี้ของอู่จย่งอาจจะทำให้ผู้มารู้สึกกดดันมาก สุดท้ายเขาก็คงรอยยิ้มที่ก่อขึ้นมาไม่ได้และยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่าจะยุติสถานการณ์ยังไง
เป็นอย่างที่คาดคิดเอาไว้เลย สีหน้าของลูกพี่หลานมีพลังทำลายล้างเต็มเปี่ยมจริงๆ ด้วย ต่อไปเขาต้องใช้ให้มากๆ เพียงพอที่จะปราบพวกตัวประกอบเล็กๆ บางคนได้ อู่จย่งเก็บสีหน้านี้กลับไปด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็เอ่ยปากกล่าวอย่างเฉยชาว่า “ฉันแซ่อู่ นายเรียกฉันว่าหัวหน้าอู่ก็ได้!”
“หัวหน้าอู่ร้ายกาจอย่างที่คิดไว้จริงๆ กลุ่มนักเรียนใหม่มีนายเป็นผู้นำจะต้องมีอนาคตแน่นอน” ผู้นำในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินชูนิ้วโป้งให้ทันที ทำสีหน้าชื่นชมจากใจ ในเมื่อเยาะเย้ยกดดันไม่ได้ผล ก็มีแต่ต้องใช้คำพูดหลอกล่อให้ดีใจ ขอเพียงอีกฝ่ายรับจดหมายท้าประลอง เขาจะต้องหาโอกาสเอาคืนความอับอายนี้ให้ได้
ต่อให้ผู้นำจะปกปิดยังไง ความคับแค้นที่ปรากฏในแววตาของเขายังคงถูกพวกอู่จย่งฉีหลงมองเห็นอยู่ดี แต่ในเมื่อตัดสินใจจะงัดข้อเหลยถิงแล้ว จะล่วงเกินหรือไม่ล่วงเกินก็ได้ทั้งนั้น
“รบกวนหัวหน้าอู่รับจดหมายท้าประลองของเหลยถิงเราด้วย สามารถมีคู่ต่อสู้ที่โดดเด่นอย่างพวกนาย พวกเราเหลยถิงเองก็ดีใจมากเหลือเกิน” ชายหนุ่มสวมชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินที่เป็นผู้นำเดินเข้าไปหาอู่จย่งด้วยคว