องหองว่า “ในเมื่อพูดเรื่องไร้สาระจบแล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว!”
พวกคนของเหลยถิงเพิ่งจะถูกอู่จย่งกับพลังของคนสามร้อยกว่าคนกดดันจนไม่กล้าขยับเขยื้อน ตอนนี้ก็ยังมาโดนเด็กอีกคนที่มาจากไหนก็ไม่รู้ดูถูก ในใจก็เดือดดาลผิดปกติ ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถตอบโต้หัวหน้าอู่ของกลุ่มเด็กใหม่ แต่ว่าสั่งสอนไอ้เด็กจอมอวดดีคนนี้ย่อมไม่มีปัญหา ดังนั้นมีหลายคนเดินไปทางหลี่อิงเจี๋ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอำมหิต
หลี่อิงเจี๋ยหักข้อนิ้ว เตะเก้าอี้ด้านหลังตัวเองและเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยันว่า “ทำไม อยากสู้เหรอ?”
สิ้นเสียงนี้ก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ในโรงอาหารเคลื่อนที่ดังฉับพลัน หลังจากนั้นก็เห็นคนสามร้อยกว่าคนที่เดิมทียืนจ้องมองพวกเขาด้วยแววตาขุ่นเคืองผลักเก้าอี้ออกแล้วเข้ามาใกล้พวกเขาด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว มีคนไม่น้อยเริ่มถูกำปั้นเตรียมพร้อมต่อสู้แล้ว
เหตุการณ์นี้พวกเขาไม่มีทางไม่รู้ว่า ไอ้เด็กอวดดีตรงหน้านี้ต้องเป็นคนระดับสูงของกลุ่มนักเรียนใหม่แน่นอน เวลานี้ผู้นำหนุ่มที่สวมชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินข่มกลั้นโทสะในใจไม่ไหวอีกแล้ว เขาชี้ไปที่หลี่อิงเจี่ยอย่างดุดันและทิ้งคำพูดโหดเหี้ยมไว้ว่า “ได้ อีกสามวันให้หลัง คอยดูเถอะ!”
เขากล่าวจบก็พาคนเดินไปอย่างไม่สบอารมณ์ และด้านหลังเขาก็มีคลื่นเสียงคำว่า ‘ไสหัวไป’ ดังขึ้นมา ทำให้พวกเขารู้สึกอับอายอย่างมาก นับตั้งแต่ที่เข้าร่วมเหลยถิง พวกเขาก็สูงส่งมาตลอด มีบทบาทรังแกคนอื่นตามใจชอบ แต่วัน