นี้พวกเขากลับได้ลิ้มรสชาติถูกคนเหยียดหยามรังแกอย่างไร้ความปรานี แทบจะทำให้พวกเขากัดฟันจนแตก
พอเห็นคนของเหลยถิงออกไปจากห้องอาหารอย่างไม่พอใจ อู่จย่งถึงค่อยยื่นจดหมายท้าประลองไปให้ฉีหลงที่อยู่ตรงข้าม ฉีหลงเปิดอ่านก็พลันหัวเราะหยันขึ้นมา “ไม่ผิดจากที่ลูกพี่คาดการณ์ไว้เลย เหลยถิงเห็นกลุ่มนักเรียนใหม่ของพวกเราเป็นเนื้อปลาบนจานที่แล่ได้ตามใจชอบ”
เวลานี้เอง อู่จย่งตามหาตะเกียบของตัวเองด้วยความร้อนรน เมื่อตะกี้นี้เขาโยนตะเกียบทิ้งลงบนโต๊ะอย่างหล่อเหลาเพื่อสร้างกลิ่นอายทรงอำนาจ ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันวิ่งหนีไปไหนแล้ว…ท้องที่น่าสงสารของเขาหิวจนใกล้จะประท้วงแล้วนะ ถ้าไม่กินข้าวอีก เขาก็จะกลายเป็นหัวหน้าคนแรกที่หิวจนเป็นลม เพื่อที่สร้างอำนาจบารมีให้กลุ่มนักเรียนใหม่ เขาทำได้ง่ายๆ เหรอ…
“ไม่ได้แล้ว ขอยืมตะเกียบนายหน่อย!” อู่จย่งเห็นตะเกียบของฉีหลงวางอยู่บนชุดอุปกรณ์ทานอาหารก็ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขาหยิบขึ้นมาแล้วก็โซ้ยอาหารอย่างบ้าคลั่ง….ฮือๆๆ การฝึกฝนร่างกายตอนเช้ารีดพลังงานของเขาจนแห้งแล้ว ถ้าหากไม่ชดเชยเพิ่มเติมอีกก็จะตายแล้ว
“ไม่ได้นะ นั่นเป็นของฉัน!” ฉีหลงโยนจดหมายท้าประลองในมือออกไปด้วยความโมโห คิดจะชิงตะเกียบตัวเองกลับมา แต่อู่จย่งกลับเร็วกว่าเขาก้าวหนึ่ง หลบไปที่โต๊ะด้านข้างทันทีและยังไม่ลืมเอ่ยเตือนว่า “ฉันร่วมมือกับนายแสดงละครแบบนี้ออกมา นายก็ต้องตอบแทนฉันสิ ให้ฉันยืมตะเกียบคู่นี้ก็ถือว่าเ