ป็นคำขอบคุณแล้ว”
ฉีหลงทำมือดูถูกให้อู่จย่งอย่างเดือดดาล แต่เขาไม่ได้ตามไปแย่งชิงต่อ เนื่องจากอู่จย่งพูดมาไม่ผิด เดิมทีควรเป็นเขาที่ออกหน้ารับจดหมายท้าประลอง…แต่เขาก็หิวมากเหมือนกันนะ ถึงแม้ว่าเขาจะกินไปมากกว่าอู่จย่งนิดหน่อย แต่เขาตะกละมาโดยกำเนิด อาหารที่กินไปไม่กี่คำเมื่อสักครู่นี้จะเติมเต็มท้องของเขาที่หิวจนส่งเสียงโครกครากเหมือนกันได้ยังไง
เขาเลื่อนสายตาไปก็เห็นหานจี้จวินที่อยู่ข้างกายกำลังทานอาหารคำเล็กๆ ทีละคำด้วยความเคร่งขรึม เขาทานอย่างเอื่อยเฉื่อย ไม่รีบร้อนราวกับว่าไม่ได้หิว แค่กินเพื่อทำภารกิจทานอาหารให้เสร็จก็เท่านั้น….
“จี้จวิน ในเมื่อนายไม่ค่อยหิว ก็ดูแลพี่ชายก่อนละกัน!” ฉีหลงหัวเราะหึๆ พลางฉกตะเกียบในมือหานจี้จวินที่ไม่ทันระวังตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ทานอาหารด้วยใบหน้าพึงพอใจ
หานจี้จวินมองมือขวาตัวเองที่ว่างเปล่าด้วยความตะลึง เขาเงยหน้ามองฉีหลงทีทานอาหารอย่างมีความสุข แทบอยากจะคว่ำอาหารตรงหน้าใส่หัวฉีหลง มีคนที่ทำตัวเป็นเพื่อนซี้แบบนี้ด้วยเหรอ? ไม่ไปสร้างปัญหาให้คนอื่น แต่มาสร้างปัญหาให้คนของตัวเอง?
หลินจงชิงที่อยู่อีกโต๊ะเห็นฉากนี้ก็ถอนหายใจเบาๆ เขาหยิบกระเป๋าใบเล็กออกมาจากในกระเป๋าข้างเอวของตัวเอง จากนั้นก็หยิบแท่งเหล็กสั้นๆ หลายอันออกมาก่อนจะหยิบขึ้นมาสองแท่งแล้วบิดควงมัน เขาควงไปมาไม่กี่รอบก็ออกมาเป็นตะเกียบที่มีความยาวปกติคู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นให้หานจี้จวิน