ันหัวแข็งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน่าประหลาด และก็ทำให้คนอื่นๆ โกรธเกรี้ยวเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน แทบจะสะบัดแขนเสื้อจากไป
ชายหนุ่มที่เป็นคนไกล่เกลี่ยเอ่ยปากแก้ไขสถานการณ์อีกครั้งว่า “จื้อตง ต้องทำแบบนี้จริงๆ เหรอ ใช้พลังจิตสาบานไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ…”
“ความลับที่ฉันจะพูดก็สำคัญต่อเหลยถิงมากเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าถ้าหัวหน้ารู้แล้วก็จะเห็นด้วยกับวิธีการของฉันเหมือนกัน” หลินจื้อตงตอบกลับอย่างเยือกเย็น
มู่อิงเป็นคนแรกที่กระโดดออกมา “สาบานก็สาบานสิ แต่ว่านะหลินจื้อตง ถ้าเกิดความลับที่นายพูดมาสู้ขี้หมาไม่ได้ละก็ ฉันจะรายงานหัวหน้าให้ไล่นายออกไปจากเหลยถิงแน่นอน”
หลินจื้อตงเอ่ยอย่างหยิ่งทระนงว่า “ถ้าเกิดพวกนายคิดว่าความลับนี้ไม่คุ้มค่าให้ใช้พลังจิตสาบานละก็ พวกนายไม่จำเป็นต้องบอกหัวหน้าหรอก ฉันจะขอออกไปเอง”
“ได้ หลินจื้อตง นายต้องทำตามที่พูดไว้ล่ะ!” มู่อิงกล่าวจบแล้วก็เป็นคนแรกที่ใช้พลังจิตสาบาน คนอื่นๆ เห็นมู่อิงทำแบบนี้ ก็ได้แต่ทำตามด้วยความจนใจ
หลินจื้อตงเห็นทุกคนในที่นี้สาบานกันหมดแล้วถึงค่อยหยิบข้อมูลชุดหนึ่งที่อยู่ข้างตัวออกมาก่อนจะส่งไปให้ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยซึ่งอยู่ใกล้กับเขามากที่สุด
ชายหนุ่มเปิดอ่าน สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาฝืนข่มกลั้นความหุนหันที่อยากจะถามออกมา ก่อนจะส่งข้อมูลให้คนถัดไป คนที่นั่งอยู่ถัดไปก็ปรากฏสีหน้าเช่นเดียวกับเขา ข้อมูลถูกส่งไปอยู่ในมือของทุกคนอย่างร