“ไม่รู้สิ จางจิงอันไม่เคยบอกไว้!” หานอวี้ตอบ “แต่ว่าจากที่คนของฉันรายงานมา วันนี้เขาจะไปเยี่ยมเยียนคนๆ นั้นด้วยตัวเอง” เขาดึงไพ่ใบหนึ่งออกมาตามใจชอบแล้วโยนลงบนโต๊ะ หลังจากนั้นก็ลูบคางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตอนนี้ฉันอยากรู้มากๆ ว่า ถ้าเกิดปีศาจอัจฉริยะคนนั้นเข้าร่วมฝ่ายจางจิงอันขึ้นมาจริงๆ ใครจะเป็นผู้นำที่แท้จริงของฝ่ายสถาบันศูนย์กลางโดฮา” เขากล่าวจบก็มองไพ่บนโต๊ะแล้วพูดว่า “รอบนี้ฉันไม่เอา! จ้าวจวิ้น ถึงตานายแล้ว”
จ้าวจวิ้นมองไพ่แล้วก็ส่ายศีรษะ บ่งบอกว่าเขาก็ไม่เอาแล้วเช่นกัน จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้หลี่หลานเฟิงที่เป็นคนต่อไปทิ้งไพ่
หลี่หลานเฟิงดึงไพ่ใบหนึ่งออกมาจากในมือแล้ววางลงไป เขาเอ่ยว่า “พูดแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะยินดีรับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยของอีกฝ่ายก็ได้นะ…”
ชายหนุ่มที่ดูธรรมดามองหลี่หลานเฟิงแวบหนึ่งและถามกลับว่า “นายคิดว่าจางจิงอันใจกว้างเหรอ?”
หลี่หลานเฟิงรวบไพ่ ครุ่นคิดอย่างจริงจังสักพัก หลังจากนั้นก็พูดด้วยความชื่นชมว่า “เว่ยจี้ ดูเหมือนว่านายยังเป็นคนที่เข้าใจจางจิงอันดี!”
เว่ยจี้เผยรอยยิ้มออกมาเหมือนพอใจกับคำพูดของหลี่หลานเฟิงมาก “ฉันสู้กับเขามาสี่ปี ถ้ายังไม่เข้าใจอีก ฉันยังมีคุณสมบัติมานั่งอยู่ข้างๆ พวกนายเหรอ?”
หานอวี้หัวเราะ ถึงแม้ว่าพวกเขาสี่คนจะมาจากคนละดาว แต่หลังจากที่เข้าโรงเรียนทหารก็ร่วมมือกันเพื่อต่อต้านฝ่ายโดฮา การที่พวกเขาเหยียบฝ่ายสถาบันศูนย์กลางโ