สิ้นเสียงนี้กลุ่มของหลี่อิงเจี๋ยรวมถึงพวกนักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือที่เดิมทีคันไม้คันมืออยู่นิดหน่อยก็พุ่งเข้าไปล้อมรอบคนสิบกว่าคนนั้นทันที จากนั้นก็เริ่มต่อสู้ตะลุมบอนขึ้นมา ห้องอาหารตกอยู่ในความวุ่นวาย
ฉีหลงมองฉากตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง พึมพำว่า “สู้กันแล้วจริงๆ อะ?” เอาเถอะ เมื่อสักครู่นี้เขาคิดว่าจะแก้ปัญหาเรื่องข้อขัดแย้งนี้อย่างสันติเสียอีก
หลิงหลานนวดหว่างคิ้วด้วยความจนปัญญา รู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย พอหลี่อิงเจี๋ยคนนี้อาละวาดขึ้นมาก็ควบคุมยากมากจริงๆ…แต่ว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุดนักเรียนบางคนที่คิดจะกระทำลับหลังก็ไม่กล้าก่อกวนพวกเขาง่ายๆ แล้ว
“อู่จย่ง ไปดูหลี่อิงเจี๋ยที อย่าให้เขาเล่นมากเกินไป!” หลิงหลานกังวลว่านิสัยของหลี่อิงเจี๋ยจะทำให้เขายั้งมือไว้ไม่อยู่ ดังนั้นเลยให้อู่จย่งออกหน้าปิดฉากเรื่องราว เมื่อเทียบกับพวกฉีหลงแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างอู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยดีกว่าเล็กน้อย
อู่จย่งพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องที่หลิงหลานกังวลก็ไม่ได้เกิดขึ้น หลี่อิงเจี๋ยยังคงจดจำคำสั่งของหลิงหลานไว้มั่น ไม่ได้ทำร้ายใครจนถึงแก่ชีวิต แต่ว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ พวกอู๋หย่งสิบกว่าคนก็ได้รับบาดเจ็บภายในสาหัสอย่างยิ่งยวด ท้ายที่สุดทหารของป้อมปราการก็โยนพวกเขาเข้าไปที่ยานอวกาศของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งทันที จนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องขบขันของโรงเรียนทหาร
นี่ทำ