ดาบนตัวเขาทำให้เขาไม่ได้ถูกเพื่อนข้างกายสองคนที่มีลักษณะท่าทางแปลกตานี้กลบเลย เขาเหมือนกับเป็นไข่มุกมันขลับที่แสดงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในหมู่เพชรที่แวววาวสองเม็ด ไม่ได้ดูอ่อนด้อยกว่าเลย
ตรงข้ามชายหนุ่มที่ดูธรรมดากลับเป็นชายหนุ่มที่สวมหน้ากากปกปิดไว้ครึ่งหน้า ริมฝีปากสีแดงโค้งขึ้นเล็กน้อยอย่างสวยงามเสมอ ดวงตาสองข้างที่อยู่ด้านหลังหน้ากากดูยิ้มแย้มอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยกลิ่นอายอ่อนโยนทำให้คนอดอยากเข้าใกล้ไม่ได้ ควรพูดว่าคนที่ให้ความรู้สึกสนิมสนมไม่เป็นพิษเป็นภัยตั้งแต่แรกพบก็ต้องเป็นเขานี่แหละ
“ได้ยินว่ารุ่นนี้มีปีศาจอัจฉริยะมาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือของโดฮาหนึ่งคน?” ชายหนุ่มที่ดูชั่วร้ายดีดไพ่ในมือ เล่าข่าวซุบซิบที่เขาได้มาด้วยสีหน้าสนอกสนใจ
“นายได้ยินมาจากไหน?” ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วขึ้น
ชายหนุ่มที่ดูชั่วร้ายยิ้มน้อยๆ “ศัตรูเก่าของเราไง ตั้งแต่ที่จางจิงอันจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือคนนั้นแพ้ให้พวกเรา เขาเคยบอกว่าปีศาจอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือคนนั้นจะมาที่โรงเรียนทหารเราในปีนี้ ต่อให้ฉันอยากลืมก็ทำได้ยากนะ”
ชายหนุ่มร่างกำยำทำเหมือนกับไม่ได้ยินอะไร เขาดึงไพ่ใบหนึ่งออกมาจากในมือด้วยความจริงจังก่อนจะวางไว้บนโต๊ะและตะโกนว่า “แจ็ค!” หลังจากนั้นเขาก็หันหน้ามองไปที่ชายหนุ่มสวมหน้ากากและเอ่ยว่า “หลานเฟิง ตานายลงไพ่แล้ว” เขาไม่สน