้นคำพูด เขาก็สะบัดแขนเสื้อออก
พรึ่บบบ!
ในชั่วพริบตา กลุ่มควันสีเหลืองสายหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า พอเพ่งพินิจให้ชัด บรรดาเจินเหรินก็ก้าวถอยกรูทันใด
“กลิ่นอายเส้นชีพจรพิภพ! เจ้ามารต้วนเต๋อไปคว้ามาจากที่ใด?”
“อย่าเอาของเช่นนี้เข้าใกล้ข้า! หากข้าพลั้งมือกระทบมันจนแตกจะทำอย่างไร?”
“ถอยไป! ถอยไป!”
สำหรับเจินเหรินขั้นสร้างรากฐาน กลิ่นอายเส้นชีพจรพิภพก็ไม่ต่างอะไรกับของอัปมงคล ใครก็ไม่อยากถูกทัณฑ์ฟ้าตัดทอนโชควาสนา
ทว่าลวี่หยางกลับหรี่ตาแคบลง
กลิ่นอายพิภพนี้…ช่างคล้ายมีวาสนาร่วมกัน
แต่ก่อนเขาเคยใช้พลังศพมารกลั่นกลิ่นอายพิภพหนึ่งสาย ทว่าก็ใช้ไปแล้วกับศึกหลอกล่อเจินเหรินมารโลหิต จนมลายสิ้นพร้อมพลังศพมาร
ตอนนี้ยิ่งมอง กลิ่นอายพิภพในมือต้วนเต๋อ ยิ่งคล้ายกับของเดิมไม่ผิดเพี้ยน
ยิ่งไปกว่านั้น เคล็ดแท้บัญชาเขาโยกบรรพตที่เขาเพิ่งฝึก หากจับคู่กับกลิ่นอายพิภพนี้แล้ว ฤทธานุภาพต้องยิ่งทบทวี
“เป็นอย่างไรบ้าง?” ต้วนเต๋อถงจื่อกราดสายตามองรอบ ส่งเสียงกึกก้อง “ของวิเศษชิ้นนี้แม้ใช้เล่นงานผู้อื่นไม่เหมาะ ทว่าใช้ป้องกันภัยยามคับขันย่อมเหมาะยิ่ง! เมื่อครั้งข้าถูกเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์ปล้น หากไม่ใช่เพราะมันทำให้ฝ่ายตรงข้ามลังเล ข้าคงตายไปแล้ว!”
คำกล่าวนี้ปลุกสติให้เจินเหรินหลายตนฉุกคิดขึ้นมา
กล่าวได้ดี!
แม้กลิ่นอายพิภพเหมือนสิ่งสกปรก หากแต่เจ้าทาทั่วกายเต็มไปหมดแล้วไซร้ ใครก็ไม่อยากแตะเจ้า ย่อมถือเป็นเครื่องรอด