หลิงหลานชะงักเท้า โบกมือขวาหนึ่งครั้ง นักเรียนของสถาบันศูนย์กลางลูกเสือก็พุ่งไปด้านข้างด้วยความเงียบเชียบอย่างยิ่ง จากนั้นพวกเขาก็แนบชิดกับกำแพงทางเดิน ถึงแม้ว่าทีมของเกาจิ้นอวิ๋นจะมีปฏิกิริยาตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะ แต่พวกเขาก็ไม่เกิดความสับสนวุ่นวาย เพียงแต่การเคลื่อนไหวพุ่งตัวหลบของสมาชิกบางคนไม่ได้งดงามเหมือนคนที่มาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือ มันดูน่าเกลียดนิดหน่อยอย่างเห็นได้ชัด
เกาจิ้นอวิ๋นหน้าร้อนผ่าว รู้สึกอับอายขายขี้หน้าไม่หยุดต่อการเปรียบเทียบที่แสดงความสูงต่ำทันทีนี้ เขาลอบตัดสินใจว่า หลังจากที่เข้าเรียนแล้วจะต้องฝึกฝนลูกทีมของเขาให้ดี คราวหน้าพวกเขาจะได้ไม่เสียหน้าต่อหน้าหลิงหลานอีก
หลิงหลานส่งสัญญาณให้พวกนักเรียนอยู่ตรงนั้นอย่าขยับ ส่วนเธอก็พุ่งกายด้วยความปราดเปรียวทีหนึ่งก็มาถึงหน้าประตูห้องควบคุมหลัก หน้าประตูถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา ต้องการรหัสผ่านในการเข้าออก
“เสี่ยวซื่อ ยืนยันคนที่อยู่ด้านในว่ามีกี่คน?” หลิงหลานถามเสี่ยวซื่อเงียบๆ
“มีเจ้าหน้าที่อยู่ห้าสิบสามคน แล้วก็มีหน่วยคุ้มกันสิบคน” เสี่ยวซื่อแสดงฉากภายในห้องควบคุมหลักขึ้นในห้วงสติของหลิงหลานตามความเป็นจริง
“จำนวนคนของอีกฝ่ายเหนือกว่า ถ้าดึงดันเข้าไปอาจจะควบคุมไม่อยู่ มีความเป็นได้สูงว่าจะโดนฝ่ายตรงข้ามส่งข่าวออกไป” หลิงหลานขมวดคิ้วขึ้นเมื่อพบว่าสถานการณ์อยู่เหนือความคาดหมายนิดหน่อย เดิมทีนึกว่าช่วงเวลาทานอาหาร เจ