าวว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเธอ เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างพวกเรา! ส่วนหลายคนที่ลงมือเมื่อตะกี้นี้ ฉันจะคิดว่าพวกเธอแค่ใจร้อนและก็จะไม่เอาความ แต่ถ้าตอนนี้พวกเธอกล้าลงมือช่วยอีก ก็อย่าโทษที่พวกเราไม่เกรงใจล่ะ!”
หลังจากเสียงนี้ เหล่าลูกเรือที่เดิมทีชมเรื่องสนุกอยู่ห่างๆ ก็ทยอยกันเข้ามาใกล้ที่นี่ เดิมทีความสามารถของลูกเรือก็สูงกว่านักเรียนอยู่ช่วงหนึ่งแล้ว กอปรกับจำนวนของอีกฝ่ายเยอะมาก ลูกเสือไม่น้อยเริ่มลังเลใจขึ้นมา…
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพวกหลิงหลานอู่จย่งอยู่ด้านหลังพวกเขา และไม่ได้แสดงท่าทีว่าไม่สนใจเรื่องนี้ เหล่าลูกเสือจึงไม่คิดถอยหนีแยกย้ายไปเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายจมสู่ความเงียบงัน เกิดเป็นการคุมเชิงกันอยู่รางๆ บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา
“ลูกพี่หลาน พวกเราทนคำพูดแบบนี้ไม่ไหวแล้วนะ!” ถึงแม้ว่าอู่จย่งไม่อยากก่อเรื่องใหญ่ แต่เขาก็ไม่อยากขี้ขลาดแบบนี้เช่นกัน
หลี่อิงเจี๋ยที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าตาม เห็นด้วยกับคำพูดของอู่จย่งมากๆ พวกเขาต่างเป็นลูกรักของพระเจ้าที่ทระนงตน พวกเขาไม่สามารถยอมรับการดูถูกอย่างบีบบังคับเช่นนี้ได้
เวลานี้เองมุมปากของหลิงหลานเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา ดวงหน้าที่เดิมทีเคร่งขรึมเย็นชาเต็มไปด้วยความรู้สึกเหินห่างไม่ได้ดูอ่อนลงเท่าไหร่จากรอยยิ้มบางๆ นี้ ตรงกันข้ามรอยยิ้มนี้กลับทำให้คนรอบข้างที่คุ้นเคยกับหลิงหลานรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาในใจมากยิ่งขึ้น พวกเขารู้สึกได้ชั