ดเจนว่าอุณหภูมิบนตัวหลิงหลานต่ำลงกว่าเมื่อสักครู่นี้หลายองศา
หลิงหลานพับข้อมือเสื้อของตัวเองขึ้นมาเบาๆ เอ่ยอย่างนิ่งเฉยว่า “สามปีก่อน พวกนายเล่นต่อสู้ประจัญบานเป็นเพื่อนฉัน ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนายยังมีความกล้านั้นอยู่หรือเปล่า เล่นสนุกครั้งใหญ่เป็นเพื่อนฉันอีกรอบ?” เธอกล่าวเพียงเท่านี้ ขอบตาของเธอก็ยกขึ้นเล็กน้อย จ้องมองทั้งสองคนรอคอยคำตอบของพวกเขา
คำถามของหลิงหลานทำให้หัวใจของอู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยสั่นสะท้าน อู่จย่งสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “นายจะทำอะไร?”
หลิงหลานปรายตามองไปที่ฉีหลงแวบหนึ่ง พวกฉีหลงห้าคนก็แยกย้ายกันออกไปล้อมพวกเขาสามคนไว้กลายๆ ด้วยความที่รู้ใจกันมาก ส่วนหลิงหลานก็ไม่ลืมสั่งเสี่ยวซื่อให้รบกวนอุปกรณ์สอดแนมตรงนี้ สร้างภาพปลอมๆ เสมือนจริงของพวกเขาให้อีกฝ่าย
หลังจากที่เสี่ยวซื่อยืนยันว่าทุกอย่างโอเคแล้ว หลิงหลานใช้เสียงที่มีเพียงพวกเขาสามคนได้ยินกล่าวว่า “ควบคุมยานบินลำนี้โดยสมบูรณ์!”
อู่จย่งเงยหน้ามองหลิงหลานอย่างตะลึงงัน ต่อให้เป็นหลี่อิงเจี๋ยก็ตกตะลึงจากคำพูดของหลิงหลานจนตาค้างพูดอะไรไม่ออกเช่นเดียวกัน
“ว่าไง? ไม่กล้าเหรอ?” หลิงหลานกวาดตามองไป เห็นได้ชัดว่าตรงขอบตาของเธอแฝงไปด้วยความเยาะหยันเล็กน้อย
ถึงยังไงอู่จย่งก็เป็นเด็กจากตระกูลทหาร สีหน้าของเขากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยถามเสียงต่ำว่า “มั่นใจหรือเปล่า? กัปตันคนนั้นดูเหมือนรับมือไม่ง่ายเลยน