ิษย์น้องเจ้ามิรู้ ด้วยรูปแบบของมหานิกายศักดิ์สิทธิ์เรา มิค่อยจะได้รับความไว้วางใจจากผู้คนนัก และการแลกเปลี่ยนเช่นนี้ย่อมต้องนำของจริงออกมา…”
ลวี่หยางเข้าใจทันใด
เหตุใดพวกนั้นไม่ยอมให้ทางนิกายศักดิ์สิทธิ์จัดการซื้อขาย แต่กลับเลือกทำลับหลัง? เพราะกลัวว่าเซิ่งเจินแห่งนิกายจะเหล่ตาอยากได้ของตน แล้วใช้วาจาหรือพลังบีบบังคับให้ขายนั่นเอง!
หากคิดให้สุดโต่งกว่านั้น เกรงว่าจะเคยมีเซิ่งเจินนิกายศักดิ์สิทธิ์ปลอมแปลงตนซุ่มปล้นกลางทาง แล้วผลักความผิดให้ศัตรูภายนอกเสียด้วยซ้ำ
“พวกเราทำเรื่องเช่นนั้นด้วยหรือ?”
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
เจินเหรินอิ๋นซานกล่าวอย่างหนักแน่น ลวี่หยางเองก็รับรู้ทันที
แน่นอน… เคยทำ! และคงทำไม่น้อย!
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ได้แต่ทอดถอนใจ มิคาดว่าตนยังประเมินระดับต่ำสุดของเซิ่งเจินในนิกายศักดิ์สิทธิ์ต่ำไปนัก เหล่าสัตว์เดรัจฉานพวกนี้กล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
“พวกเขาซื้อขายกันที่ไหน? พาข้าไปที”
คำพูดสิ้นสุด หานเซียงก็เผยสีหน้าลำบาก
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็ขึงขังขึ้นมาทันที “เข้าใจผิดแล้ว อย่าได้หวาดระแวง ข้าลวี่หยางไม่เหมือนเซิ่งเจินคนอื่นในนิกายศักดิ์สิทธิ์ ย่อมไม่ทำเรื่องปล้นกลางทางเช่นนั้นเป็นแน่”
เจ้าคิดถึงขนาดนี้แล้ว… ยังกล้าพูดว่าจะไม่ทำ?
ทว่าเมื่อเอ่ยมาถึงขั้นนี้ นางจะกล้าปฏิเสธหรือ?
“อยู่ใต้ร่มเงานิกายศักดิ์สิทธิ์ ดุจเดินบนน้ำแข็งบางจริง ๆ…”
หานเซียงสาปแช่งในใจ ทว่าใบหน้ายังต