้ยวไม่กี่ทีก็กลืนมันลงไปทันที อย่างไรก็ตาม วิธีการสวาปามอาหารที่หวังเพียงความเร็วไม่ได้หวังคุณภาพแบบนี้ได้มอบบทเรียนให้เซี่ยอี๋ทันใด เขาที่หล่อเหลาองอาจงดงามหาใครเทียมถูกซาลาเปาติดคอแล้ว….
เซี่ยอี๋ทุบหน้าอกอย่างสุดชีวิต หลินจงชิงที่อยู่อีกด้านเห็นว่าท่าไม่ดีแล้วก็รีบดึงขวดน้ำออกมาจากกระเป๋าเป้ ก่อนจะเปิดฝาขวดแล้วส่งให้เซี่ยอี๋
เซี่ยอี๋หยิบขวดน้ำขึ้นมากรอกใส่ปาก ในที่สุดก็พักหายใจ “เชี่ย อันตรายเกินไปแล้ว เมื่อตะกี้นี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกซาลาเปาติดคอตายแล้ว!” เขากล่าวจบก็ตบหน้าอกตัวเองเบาๆ อีกครั้งด้วยความนึกกลัว ลอบยินดีในความโชคดีของตัวเอง
“ใครใช้ให้นายกินเร็วขนาดนั้นล่ะ เหมือนชาตินี้ไม่เคยกินข้าวอย่างนั้นแหละ” สองตาของลั่วล่างมองค้อนไปที่เซี่ยอี ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
เซี่ยอี๋เอ่ยพึมพำเสียงค่อยว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะอยากตอบคำถามนาย ฉันจะกินเร็วขนาดนี้เหรอ?”
“คำถามอะไร?” ลั่วล่างอึ้งไป จากนั้นก็พลันตระหนักขึ้นมาได้แล้วเอ่ยว่า “ประโยคที่ว่าไม่ได้ทานข้าวเช้าเมื่อตะกี้นี้เนี่ยนะ?” นี่ต้องตอบด้วยเหรอ? ท่าทีตะกละตะกลามแบบนี้ก็รู้แล้วว่าเขาไม่ได้ทานอาหารเช้าแน่นอน
“แหะๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นมากเกินไปจนนอนดึก วันนี้ก็เลยนอนตื่นสาย เพราะงั้นก็เลยไม่มีเวลากินข้าวเช้าไงล่ะ…” เซี่ยอี๋ไม่มีความอับอายอะไรเลย เขาบอกสาเหตุที่ตัวเองไม่ได้ทานอาหารเช้าโดยไม่อย่างตรงไปตรงมา
“ตื่