หลิงหลานไม่ได้ข่มกลั้นลมหายใจที่อัดอั้นนั้น เธอพรูลมหายใจออกมาช้าๆ ถึงค่อยรู้สึกสบายขึ้นบ้าง ถึงแม้ว่าหลิงหลานจะต่อสู้กับหลิงเซียวด้วยพลังจิตเพียงท่าเดียว แต่เธอก็รู้สึกว่าความสามารถของหลิงเซียวลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เนื่องจากการจู่โจมทางจิตของหลิงเซียวเป็นการทำแบบเรื่อยเปื่อยตามใจชอบ การโจมตีแบบสบายๆ ทำให้คนเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
นี่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เกิดกับอาจารย์หมายเลขหนึ่ง เหมือนกับว่าต่อให้เธอพยายามไปชั่วชีวิตก็ไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้ ถ้าไม่ใช่เพราะหลิงหลานถูกอาจารย์หมายเลขห้าทรมานด้วยวิธีการต่างๆ นานามาก่อนจนจิตใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ละก็ เกรงว่าจิตใจของเธอคงจะเกิดรอยร้าวเพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไปแล้ว
มู่สุ่ยชิงที่ชมการประลองยิ้มแย้มพลางกล่าวว่า “หลิงเซียว เป็นยังไงบ้าง? โล่เจ็ดเหลี่ยมของหลิงหลานร้ายกาจมากเลยใช่ไหม” น้ำเสียงของมู่สุ่ยชิงฟังดูภาคภูมิใจอย่างไม่ต้องสงสัย การสืบทอดวิชาก็อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเกิดมีปรับปรุงวิชาใหม่ได้ เขาที่เป็นอาจารย์ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและพอใจมากกว่าอยู่แล้ว ศิษย์ได้รับการอบรมสั่งสอนจนเก่งกว่าครูถึงจะเป็นเป้าหมายสูงสุดในการถ่ายทอด
ต่อให้หลิงเซียวที่เป็นปีศาจอัจฉริยะมาตลอดก็ยังชื่นชมด้วยความตกตะลึงต่อการคิดค้นทำลายขีดจำกัดวิชาของหลิงหลาน รอยยิ้มบนใบหน้าเขาเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น เขาพยักหน้าถี่ๆ และเอ่ยว่า “ใช่แล้วครับ เหนือความคาดห