ับไปอีกครั้ง แล้วฝืนเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ฉัน’ แทน
หลิงเซียวยังคงระมัดระวังตัวมาก หลิงเซียวไม่อยากพูดเองเออเองทำให้หลิงหลานรู้สึกไม่ดีก่อนหน้าที่หลิงหลานจะยอมรับเขา
หลิงหลานไม่ได้ตอบ เพียงแต่ทำท่าคารวะตามพิธีการต่อสู้อย่างเย็นชา จากนั้นก็ตั้งท่าป้องกัน เปิดใช้โล่จิตในชั่วพริบตา
เรียนในสำนักบัญชาเทวะดีหรือไม่ดี ย่อมต้องดูการปะทะกันของพลังจิตซึ่งเป็นวิธีการต่อสู้อันเป็นเอกลักษณ์ หลิงเซียวกับหลิงหลานที่อยู่ในสำนักบัญชาเทวะเดียวกันต่างรู้อยู่แก่ใจดีว่าควรทำยังไง
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลิงเซียวเปิดใช้แรงกดดันทางจิตแล้ว หลิงหลานก็เข้าใจว่าผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะคือตัวตนแบบไหน พลังจิตที่กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทรแต่หนาแน่น แค่เปิดใช้งานเพียงเล็กน้อยก็ทำให้หลิงหลานรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับเรือลำน้อยพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตที่อยู่ท่ามกลางมหาสมุทรเดือดคลื่นโหมกระหน่ำก็ไม่ปาน ถ้าหากไม่ระวังก็จะถูกพัดทำลายจนหมด
แค่เพียงเท่านี้ หลิงหลานก็รู้ว่าพลังจิตของหลิงเซียวยังแข็งแกร่งกว่าของมู่สุ่ยชิงอีก ถึงขนาดที่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ
สีหน้าของหลิงหลานเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา แน่นอนว่าสิ่งที่แสดงออกภายนอกก็คือร่างของหลิงหลานเย็นขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิทั่วทั้งพื้นที่ดิ่งลงมา มีไอเย็นออกมาจางๆ
“วิถีการกลายพันธุ์ของร่างจิตเธอคือธาตุน้ำแข็ง!” หลิงเซียวสัมผัสได้แล้วก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ วิถีการกลายพันธุ์ป