ในที่สุดเมื่อหลิงเซียวแน่ใจแล้วว่าเขาจะไม่ทำให้หลานลั่วเฟิ่งบาดเจ็บ เขาก็กอดเธอไว้แน่นๆ แล้วเอ่ยขอโทษติดต่อกันว่า “ลั่วเฟิ่ง ฉันไม่ดีเอง ฉันไม่ควรโมโห…”
หลานลั่วเฟิ่งที่ถูกหลิงเซียวกอดอย่างแนบแน่นพยายามดิ้นรนอยู่หลายที หลังจากที่พบว่าขยับเขยื้อนไม่ได้ก็หน้าถอดสีร้องไห้ขึ้นด้วยความขมขื่น “คุณมันสารเลว จากไปสิบเจ็ดปี ไม่กลับมาก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมพอกลับมาแล้วก็รังแกพวกเราสองแม่ลูกเลยล่ะ? ใครอนุญาตคุณกัน”
หลิงเซียวรีบเอ่ยขอโทษว่า “ขอโทษนะ ความผิดฉันเอง! ทุกอย่างเป็นความผิดของฉัน!”
“เป็นความผิดของคุณอยู่แล้ว!” หลานลั่วเฟิ่งยังพอมีเหตุผลอยู่บ้างในฐานะภรรยา แต่ในฐานะแม่แล้ว กล้ารังแกลูกของเธอย่อมไม่มีเหตุผลให้พูดคุยกันแล้ว
เวลานี้หลิงเซียวกล้าพูดอะไรที่ไหน เขาได้แต่ส่งเสียงติดต่อกันว่า “ใช่ ใช่ ใช่ เป็นความผิดของฉันอยู่แล้ว!”
ในที่สุดหลิงหลานก็เข้าใจแล้วว่าทำไมวีรบุรุษถึงสูญเสียความกล้าหาญ! เมื่อเจอแม่ที่ห้าวหาญแบบนี้ พ่อก็ได้แต่อ่อนข้อเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลิงหลานมองออกจากแววตาใสกระจ่างของหลิงเซียวว่า เขาเต็มใจรับการทรมานนี้ นี่ก็บ่งบอกชัดเจนว่า พวกคำพูดที่หลิงเซียวกล่าวในขณะที่โมโหเมื่อสักครู่นี้ต่างเป็นความจริงทั้งหมด
หลิงหลานเห็นแล้วก็โล่งใจมากๆ สามารถเห็นพ่อแม่ในชาตินี้รักใคร่ซึ่งกันและกัน ความสุขก็พุ่งขึ้นมาเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเห็นว่าสองคนตรงหน้ายังคงไม่มีความคิดแยกจากกัน หน้า