ผากก็อดขึ้นขีดดำไม่ได้ แม่งเอ๊ย สนใจภาพลักษณ์เจิดจรัสของทั้งคู่ด้วยสิ ตอนนี้ยังมีคนนอกอยู่นะ? ดังนั้น หลิงหลานจึงกระแอมไอหนักๆ เอ่ยเตือนว่า “บางทีพวกเราควรจะนั่งลงคุยกันดีๆ นะครับ?”
หลานลั่วเฟิ่งได้สติก็ผลักหลิงเซียวออกไปด้วยสีหน้ากระดากอาย เธอรีบเดินมาที่ข้างกายหลิงหลาน ดึงมือของหลิงหลานไว้แล้วกล่าวกับหลิงเซียวด้วยใบหน้าภาคภูมิใจว่า “หลิงเซียว นี่คือหลิงหลานลูกของพวกเราไงคะ เธอเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมที่สุด!” น้ำเสียงฟังดูภาคภูมิใจอย่างยิ่ง สิ่งที่แสดงออกทั้งหมดบนใบหน้าคือความภาคภูมิใจของมารดา
หลิงเซียวยิ้มพลางพยักหน้า “อื้อ ฉันรู้แล้ว หลิงหลาน ลูกของฉัน เขาดีมากจริงๆ!” ถึงแม้ว่าหลิงหลานเพียงพอที่จะโดดเด่นเหนือใคร แต่หลิงเซียวคิดว่าต้องปฏิบัติต่อลูกชายอย่างกดดันหน่อย จะโอ๋ประคับประคองไว้ในมือเหมือนลูกสาวไม่ได้ ว่าไปแล้ว เขาอยากให้กำเนิดลูกสาวที่เหมือนหลานลั่วเฟิ่งมากๆ….แต่ก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้พยายามต่อไปก็ได้แล้ว
หลานลั่วเฟิ่งโบกมือของหลิงหลาน เอ่ยด้วยรอยยิ้มสุขสันต์ว่า “หลิงหลาน เขาก็คือหลิงเซียวพ่อของลูกไง ยอดเยี่ยมมากเลยใช่ไหม?” ดวงหน้านั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง รอคอยให้หลิงหลานยอมรับหลิงเซียว รวมถึงเรียกเขาว่าพ่อ
หลิงหลานผงกศีรษะ เอ่ยอย่างเฉยชาว่า “อื้อ สายตาของแม่ไม่เลวเลย” แต่คำเรียกว่าพ่อนั้น ยังไงเธอก็เรียกไม่ออก
บางทีหลิงหลานอาจจะมอบความรู้สึกที่มีต่อหลิงเซียวให้กับร่างจิตในม