จะส่งมาแล้ว” คำพูดต่อมาของหลิงเซียวทำให้หลิงหลานพ่นนมที่ยังกลืนไม่หมดออกมาจากปาก ในขณะเดียวกันตะเกียบที่หลานลั่วเฟิ่งเพิ่งจะถือไว้ก็ร่วงลงใส่จานบนโต๊ะจนเกิดเสียงเคล้งดังก้องทันที
“คุณพูดว่าไงนะ?” หลิงหลานเอ่ยถามด้วยความตกใจขณะที่ไอค่อกแค่ก
หลิงเซียวเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ฉันบอกว่า เธอไปเรียนที่โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งได้แล้วนะ” ใบหน้าที่บ่งบอกว่า ‘รีบขอบคุณฉันเร็วสิ’ แทบจะทำให้หลิงหลานอยากเตะทันที
“คุณไม่รู้เหรอว่าร่างกายผมได้รับบาดเจ็บยังไม่หายดี? ต่อให้ไปก็ทนรับการฝึกฝนร่างกายที่ทรหดสุดยอดของปีหนึ่งไม่ได้หรอกนะครับ” ในที่สุดความเยือกเย็นของหลิงหลานก็พังทลาย อดกล่าวด้วยความลนลานไม่ได้
หลิงเซียวตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ฉันต้องรู้อยู่แล้ว แต่ว่านะ หลิงหลาน เธอวางใจได้ ฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว เธอจะได้รับยกเว้นการสอบของปีหนึ่ง ฉันต้องให้ร่างกายของเธอกลับมาแข็งแรงก่อนอยู่แล้ว ถึงค่อยทำการฝึกฝนร่างกาย ฉันไม่มีทางให้ร่างกายของเธอหลงเหลืออาการบาดเจ็บภายหลังแน่นอน”
หลิงเซียวกล่าวอย่างเฉียบขาด เรื่องทุกอย่างที่ควรคิดพิจารณาเขาก็ใคร่ครวญไปหมดแล้ว มีปัญหาเพียงข้อเดียวที่เขาไม่เคยขบคิดมาก่อน นั่นก็คือถ้าเกิดลูกชายของเขาเป็นลูกสาว….
หลิงหลานเห็นหลิงเซียวคำนวณมาอย่างรอบคอบไม่มีตกหล่นก็มองไปที่หลานลั่วเฟิ่งอย่างพูดไม่ออกเอามากๆ ส่งสายตาถามว่า ‘แม่คะ แม่ไม่ได้บอกเพศที่แท้จริงของหนูให้พ่อฟัง