เซียวเห็นพันตรีของตัวเองทำหน้าพูดไม่ออก คล้ายกับตกใจกับพลังกายอันน่าตกตะลึงของเขาอยู่บ้าง…นี่ทำให้ผิวหน้าของหลิงเซียวร้อนผ่าวขึ้นจางๆ คำพูดของหลานลั่วเฟิ่งทำให้คนเข้าใจผิดมากเกินไปแล้วจริงๆ
เมื่อหลานลั่วเฟิ่งกลับมาถึงห้องนอนก็ปิดประตูห้อง โถมตัวเข้าไปกอดหลิงเซียวไว้และกล่าวว่า “หลิงเซียว หลิงหลานจะไปโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่ได้เด็ดขาด”
หลิงเซียวอึ้งไป “เพราะอะไร?” เขาจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ทำไมหลานลั่วเฟิ่งกับหลิงหลานถึงทำหน้าไม่ยินยอมด้วยล่ะ? ท่าทีที่แสดงออกของหลิงหลานชัดเจนมากเกินไป เขาย่อมมองออกอยู่แล้ว
หลานลั่วเฟิ่งกัดฟันกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “เพราะว่าหลิงหลานเป็นผู้หญิงไง เธอเป็นลูกสาว ไม่ใช่ลูกชายนะ!”
หลิงเซียวตกตะลึงไปทันที เขาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ พูดจาติดอ่างอยู่บ้าง “ธะ เธอ วะ ว่าไงนะ?”
“ฉันบอกว่าหลิงหลานของพวกเราเป็นลูกสาว ไม่ใช่ลูกชาย” หลานลั่วเฟิ่งเอ่ยต่อ
“ลูกสาว?” หลิงเซียวยังไม่ทันได้ร้องตกใจก็ถูกหลานลั่วเฟิ่งปิดปากให้กลืนคำพูดกลับไปที่ลำคอ
“รู้แล้วก็พอ คุณจะตะโกนทำไมเล่า?” หลานลั่วเฟิ่งถลึงตาใส่หลิงเซียวอย่างตำหนิ
หลิงเซียวอดกุมหน้าผากไม่ได้ “เธอนึกยังไงถึงให้หลิงหลานปลอมตัวเป็นลูกชาย?”
หลานลั่วเฟิ่งกล่าวด้วยความโมโหว่า “ไม่ใช่เพราะว่าคุณพลีชีพไปโดยไม่คาดคิดเหรอ ฉันถึงจำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อสืบทอดบำเหน็จความชอบของคุณ ไม่อย่างนั้นพวกเราสองแม่ลูกก็ไม่รู้เหม