วางแผนไว้ล่วงหน้ามาอย่างยาวนาน แคว้นชิ่งในเวลานี้ถูกล้อมรอบด้วยนิกายจากเจียงเป่ยน้อยใหญ่ แน่นหนาจนหยดน้ำยังรั่วไม่รอด ทั้งสองฝ่ายยืนหยัดเผชิญหน้ากันนานหลายเดือนแล้ว ราวถังดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ระหว่างทาง ลวี่หยางยังไม่ลืมสนทนากับเจินเหรินอิ๋นซาน
“แม้ว่าครานี้เจินจวินบัญชาให้ข้าเป็นผู้ดูแล ทว่าข้ายังเยาว์วัย ประสบการณ์แลความเฉียบแหลมย่อมมิอาจเทียบกับพี่อิ๋นซานได้เลย”
“หวังว่าศิษย์พี่จะชี้แนะข้าให้มาก ช่วยกลบช่องโหว่แก่ข้าด้วย”
“…หยวนถูเจ้ากล่าวเกินไปแล้ว”
เจินเหรินอิ๋นซานโบกมือเบา ๆ แต่สีหน้าก็แสดงออกชัดว่าเขารับรู้และพอใจท่าทีสุภาพอ่อนน้อมของลวี่หยางไม่น้อย
ยิ่งกว่านั้น ทั้งสองก็ถือเป็นพวกเดียวกันโดยแท้ เจินเหรินอิ๋นซานจึงหาได้ปิดบังสิ่งใด ตอบแทนอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ศิษย์น้องอย่าดูแคลนแคว้นชิ่ง ครานี้ข้าเคยร่วมกับพี่จงกวงคำนวณชะตาฟ้าดิน ล้วงลึกจนเข้าใจชัด สิ่งก่อสร้างประหลาดแห่งนี้ ถูกราชสำนักเต๋าบ่มเพาะมั่นคงจนเป็นกำแพงเหล็ก”
“หรือจะกล่าวอีกอย่าง ระบบของราชสำนักเต๋าเป็นเช่นนั้นเอง”
“แม้ขยายอิทธิพลออกนอกดินแดนจะยังไม่อาจสมบูรณ์ แต่หากว่าด้วยการปกป้องพื้นที่ตน แคว้นชิ่งเปรียบดั่งราชวงศ์นิรันดร์ มีกฎเกณฑ์ที่ไม่อาจสั่นคลอน”
“ระบบของราชสำนักเต๋า เป็นมรรคผลตรวจตราแทนสวรรค์รึ?”
ลวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงยามนี้ เขายังไม่เคยย่างกรายเข้าสู่แคว้นที่ปกครองโดยพลังอื่น แม้แต่เจียงเ