บทที่ 202 จงกวงเจินเหรินแสวงหาโอสถทองคำ มหาสงครามใกล้ปะทุ
“อัจฉริยะเหนือฟ้า…แต่เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”
หลังดูจบความทรงจำเกี่ยวกับ “พลังปราณแท้จริงชั้นหนึ่งแห่งการบรรลุสูงสุด” ลวี่หยางก็เอ่ยวาจาประเมินด้วยสีหน้าอับเฉา ในใจมีแต่ความว่างเปล่า ราวกับหวังเก้อเปล่าเปลือง
ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า เจินเหรินบรรพกาลผู้นั้นคืออัจฉริยะหาได้ยากในใต้หล้า
ก่อนตายเขายังกล้าทดลองพิสูจน์ด้วยตนเอง มั่นใจว่าหนทางฝึกตนของตนต้องเป็นยอดสุดของปราณแท้จริง ไม่มีผู้ใดอาจเหนือกว่าได้อีก
“เจ้าก็พูดเหมือนล้อเล่น…ถึงกับใช้ ‘ธาตุทอง’ มาฝึกลมปราณเลยหรือ…”
แล้ว “ธาตุทอง” คือสิ่งใด?
คือของวิเศษที่เจินเหรินขั้นวางรากฐานสมบูรณ์เท่านั้นจึงสามารถสกัดจากจิตวิญญาณตนเองได้ทีละเล็กละน้อย สั่งสมไปนานวันเข้าจึงจะกลั่นเป็นธาตุนี้ได้ แม้แต่เจินจวินยังถือเป็นของมีค่ายิ่งนัก!
แล้วเจ้าดันเอาไว้ใช้ฝึกลมปราณงั้นรึ?
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฟยเสวี่ยเจินจวินถึงไม่ใส่ใจวิถีกรรมแห่งเจินเหรินบรรพกาลตนนั้น หรือแม้แต่พลังปราณแท้จริงชั้นหนึ่ง…นางคงเคยสืบจิตดูจนรู้แจ้งหมดแล้วกระมัง…”
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็อดถอนใจไม่ได้อีก
พูดตามตรง ถ้าจุดติดขัดมีแค่ตรง ‘ธาตุทอง’ เขายังพอมีทาง แท้จริงแล้วเจินเหรินบรรพกาลก็ทิ้งหนทางไว้แล้ว
“ตามที่เขาวางแผนไว้ แค่ข้าถือธงหมื่นวิญญาณที่ยังมีเส้นกรรมของเขาอยู่ เข้าไปในโลกบำเพ็ญเพียรปี้หยาง แล้วใช้ธงนั้นเรียกวิถีกรรมออกม