ม่เหมาะต่อการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่” จอมพลเอ่ยด้วยความระมัดระวังอยู่บ้าง เขารู้ดีว่ากองพลที่เจ็ดมีความหมายต่อหลิงเซียว เพียงแต่ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตอนนี้กองพลที่เจ็ดไม่มีที่ของหลิงเซียวแล้ว
“กองทัพคิดจะมอบหมายงานให้ผมยังไงครับ?” หลิงเซียวไม่ได้สนใจอย่างที่จอมพลคิดไว้ขนาดนั้น เขาเพียงแต่เอ่ยถามเรียบๆ เกี่ยวกับงานที่ทางกองทัพกำหนดให้เขา
“กองทัพเตรียมเกณฑ์พลทหารส่วนหนึ่งในแต่ละกองพลมาตั้งเป็นกองพลที่ยี่สิบสาม และทหารใหม่ปีนี้ก็จะได้รับสิทธิ์เข้ากองพลที่ยี่สิบสาม ส่วนเธอ หลิงเซียวก็จะเป็นผู้บัญชาการเพียงหนึ่งเดียวของกองพลที่ยี่สิบสาม เธอเลือกผู้ช่วยจากในแต่ละกองพลได้อย่างอิสระ”
จอมพลบอกการจัดเตรียมการที่กองทัพมอบให้เขา ในเมื่อหลิงเซียวกลายเป็นท่านนายพลที่เก้าของสหพันธรัฐ ก็ย่อมต้องให้เขานำทัพของตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้แต่ละกองพลต่างมีผู้บัญชาการกันหมดแล้ว กองทัพไม่มีทางสับเปลี่ยนผู้บัญชาการสูงสุดของกองพลได้ง่ายๆ นอกเสียจากจะเกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง สุดท้าย ทางกองทัพจึงตัดสินใจตั้งกองพลใหม่ขึ้นมาโดยให้หลิงเซียวรับผิดชอบไป พวกเขายังให้อภิสิทธิ์และสิทธิพิเศษบางอย่างเพื่อปลอบขวัญหลิงเซียวด้วย
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันครับ!” หลิงเซียวคิดว่าการจัดการแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ถึงแม้ว่ากองพลที่เจ็ดจะมีความหมายต่อเขาเป็นพิเศษจริงๆ แต่ความหมายในที่นี้ไม่ได้อยู่ที่ชื่อเรียกของกองพลที่เจ็ด หากแ