ถูกพวกเขา สหพันธรัฐหัวเซี่ยเป็นศัตรูคู่แค้นของพวกเรามาตลอด หมื่นปีมานี้ ขอเพียงเกิดสงครามก็เป็นการต่อสู้กันตกตายไปข้างหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ พวกเราพ่ายแพ้มาหลายครั้งเพราะดูถูกพวกเขา นำพาความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่จักรวรรดิของเรา พวกเราต้องเรียนรู้บทเรียนพวกนี้ไว้” นายพลเป็นคนที่ระมัดระวังรอบคอบคนหนึ่ง เขาไม่ได้หลับหูหลับตามั่นใจในตัวเองเหมือนพวกคนบางคนในประเทศที่คิดจริงๆ ว่าความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของสหพันรัฐหัวเซี่ยเป็นแค่ที่รองกระถางดอกไม้[2]เท่านั้น
“ท่านนายพล ที่คุณพูดมาก็สมเหตุสมผลมากๆ แต่สหพันธรัฐหัวเซี่ยไม่ได้เป็นหัวเซี่ยเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ขนาดหลิงเซียวผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะของพวกเขาก็ยังตายในมือผู้กล้าของจักรวรรดิเราเมื่อสิบหกปีก่อนเลยนะครับ ตอนนี้พวกเขาเป็นแค่ลูกธนูสุดแรงบิน[3]เท่านั้น ชัยชนะเป็นของจักรวรรดิฮิงูเระอันยิ่งใหญ่ตลอดกาล” เวลานี้ใบหน้าของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการอาโอกิเต็มไปด้วยความลำพองใจ การที่หลิงเซียวถูกสังหารได้สำเร็จคือเกียรติยศของทหารฮิงูเระทุกคน
ในฐานะที่เป็นทหารรุ่นใหม่ของจักรวรรดิฮิงูเระ เขาเติบโตขึ้นภายใต้การโฆษณาเรื่องความสำเร็จในการสังหารหลิงเซียวผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะที่แข็งแกร่งที่สุดของสหพันธรัฐหัวเซี่ยมาตั้งแต่เด็กๆ ในความคิดของพวกเขา สหพันธรัฐหัวเซี่ยตกต่ำลง ไม่มีกำลังต้านทานพวกเขาแล้ว จักรวรรดิฮิงูเระอันยิ่งใหญ่ย่อมได้รับชัยชนะในท้ายที่