ึกคลื่นเหียนอยากอาเจียนแล้วเอ่ยว่า “แต่ถ้าไม่โหดร้ายกับตัวเองสักหน่อย ผมคงตายในน้ำมือคนอื่นไปนานแล้ว”
มู่สุ่ยชิงได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกฝืดเฝื่อนขึ้นในใจ เขาย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงหลานดี ผลงานของหลิงหลานสูงมากเกินไป นี่ก็เลยทำให้คนที่ปรารถนาความสำเร็จของหลิงเซียวจำนวนไม่น้อยอยากได้มรดกกับสมบัติของหลิงเซียว ในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดตามกฎหมายเพียงหนึ่งเดียวของหลิงเซียว ตัวตนของหลิงหลานย่อมทำให้ผู้คนคั่งแค้นมากอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้คนที่ละโมบต่างคิดจะกำจัดหลิงหลานที่ขวางหูขวางตา หากไม่มีหลิงหลานแล้วละก็ พวกเขาก็สามารถยึดครองสมบัติและมรดกที่หลิงเซียวทิ้งไว้ได้อย่างเปิดเผย พวกเขาจึงใช้วิธีการนับไม่ถ้วนทั้งในที่ลับและที่แจ้งเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ตลอดทางที่หลิงหลานเติบโตขึ้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ย่อมมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งติดตามมาด้วยแน่นอน
“ขอโทษนะ ฉันควรมาเจอเธอเร็วกว่านี้…” มู่สุ่ยชิงละอายใจ
“อาจารย์ คุณอยู่ในตระกูลหลิงก็เป็นยันต์ป้องกันตัวผมแล้ว” ตอนนี้หลิงหลานเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่ตระกูลหลิงวางแผนชิงสิทธิสืบทอดของเธอ ทางกองทัพจึงเลือกปล่อยปละละเลยอยู่เงียบๆ ไม่กล้าแสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจน สาเหตุส่วนใหญ่คือพวกเขากังวลเรื่องมู่สุ่ยชิงที่รักษาการณ์อยู่ในตระกูลหลิง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าทำเกินเลยมากไป และเป็นเพราะการดำรงอยู่ของมู่สุ่ยชิง หลานลั่วเฟิ่งแม่ของเธอถึงมีความกล้าวางแผ