กษา เกือบจะไม่รอดแล้วค่ะ” น้ำเสียงของหลานลั่วเฟิ่งแหลมคม ไม่ไว้หน้าผู้อำนวยการเลยสักนิดเดียว
“ไม่เป็นไรก็ดี ไม่เป็นไรก็ดี!” เด็กเกิดเรื่องขึ้นในสถาบัน สถาบันของพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบ ผู้อำนวยการได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บช้ำยอมรับความโกรธเกรี้ยวของหลานลั่วเฟิ่งทั้งหมด
“อีกฝ่ายเป็นยอดฝีมือระดับเขตแดนธาตุน้ำ เครื่องแบบที่สวมคือชุดเครื่องแบบอาจารย์ของสถาบัน…เยี่ยอีฝาน เธอต้องให้คำอธิบายกับพวกเราใช่ไหม?” เสียงโรยราดังมาจากด้านบนของห้องโถง ผู้อำนวยการใจกระตุก มองไปตามเสียงนั้น และก็เห็นชายชราผอมผมขาวเดินลงมาจากบันไดช้าๆ เขาก้าวเดินช้าๆ ทว่าหนักแน่นมั่นคง
เมื่อเห็นชายชราแวบแรก ท่านผู้อำนวยการเด้งตัวขึ้นมาทันทีราวกับถูกทำให้ตกใจ และเอ่ยด้วยความเคารพว่า “อาจารย์มู่!”
“เหอะ ยังจำได้ว่าฉันเป็นอาจารย์ของเธออีกเหรอ? ฉันคิดว่าเธอลืมไปแล้วเสียอีก…” มู่สุ่ยชิงแค่นเสียงเย็นด้วยความไม่พอใจ เยี่ยอีฝานเป็นนักเรียนที่โดดเด่นช่วงแรกของเขา เพียงแต่พอมาให้หลัง ความคิดของพวกเขาไม่ตรงกันจึงค่อยๆ แยกห่างกัน
ผู้อำนวยการลอบปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก สีหน้าเปลี่ยนไปไม่สงบ แววตาฉายความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งออกมาแวบหนึ่ง มู่สุ่ยชิงเป็นอาจารย์แรกเริ่มตอนเขายังหนุ่ม ห้าสิบปีก่อนเขาเป็นยอดฝีมือระดับเขตแดน ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ เขาน่าจะเข้าสู่อีกขั้นแล้วละมั้ง…
ผู้อำนวยการเป็นคนคิดเยอะ พอเห็นมุ่สุ่ยชิงปรากฏตัวขึ้นที่นี่ เขาก็เ