“เสี่ยวเฟย เมื่อตะกี้นี้ไม่มีคนชัดๆ แต่ว่าเสี่ยวหลินยังตาย ถึงขนาดที่ทิ้งสีหน้านี้ไว้ ศัตรูของเราไม่ใช่คนแล้ว…”ถึงแม้ว่าวิทยาศาศตร์เทคโนโลยีอธิบายไว้ว่าโลกนี้ไม่มีวิญญาณ แต่สภาพการตายที่แปลกประหลาดของเสี่ยวหลินยังคงทำให้เสี่ยวฉงตื่นตระหนก “ตอนนี้หัวหน้าทีมก็หายไปแล้ว เขาต้องตายอยู่ในเงื้อมมือปีศาจน่ากลัวนั่นไปแล้วเหมือนกัน พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปจะตายแน่นอน” ต่อให้คนเรามีความกล้าอีกสักแค่ไหน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์แปลกประหลาดก็ย่อมเกิดความขลาดเขลาขึ้นมาเช่นกัน
เสียง ‘เพียะ!’ ดังขึ้น เสี่ยวเฟยตบเสี่ยวฉงหน้าหันแรงๆ ทันที ใบหน้าของเสี่ยวฉงปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย และก็มีความสับสนกับจนปัญญาอยู่บ้าง
“นายแม่งใจเย็นๆ สิวะ!” เสี่ยวเฟยตวาดอย่างรุนแรง “หัวหน้าบอกแล้วว่า อีกฝ่ายเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านการอำพรางและลอบสังหาร พวกเราเลยไม่สามารถเข้าใจวิธีการบางอย่างได้ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนไร้เทียมทานจริงๆ สักหน่อย”
“นอกจากนี้ ฉันไม่เชื่อว่าหัวหน้าถูกกำจัดไปแล้วจริงๆ” เสี่ยวเฟยรู้ความสามารถของหัวหน้าทีมดี ถ้าเกิดกระทั่งหัวหน้าทีมไม่สามารถต้านทานได้ พวกเขาก็ยิ่งไม่มีโอกาสหนีออกไปจากในป่าแห่งนี้ เขาบอกตัวเองว่าต้องเยือกเย็นเข้าไว้ เมื่อพวกเขาสองคนตกอยู่ในความตื่นตระหนก เช่นนั้นพวกเขาก็อยู่ไม่ห่างจากความตายแล้วจริงๆ
คำพูดที่เด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นของเสี่ยวเฟยทำให้ความตื่นตระหนก