ีเรื่องอะไรถึงติดต่อหาฉัน?”
“ลูกพี่ รีบมาที่โรงอาหารของสถาบันเร็ว ฉีหลงมีเรื่องกับนักเรียนปีสิบแล้ว…อีกฝ่ายมียี่สิบกว่าคนด้วย!” เสียงของลั่วล่างดูร้อนใจอยู่บ้าง ฉีหลงแข็งแกร่งมากจริงๆ แต่เมื่อปะทะกับคนมากมายขนาดนี้ เกรงว่าสองมือของเขาจะจัดการศัตรูหมู่มากได้ยากเหมือนกัน
“ใจเย็นหน่อย เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” หลิงหลานตอบกลับด้วยความเยือกเย็น
“นักเรียนหญิงของห้องบีพวกเราชนอีกฝ่ายโดยไม่ทันระวัง ไม่รู้ว่าทะเลาะกันยังไง ผู้หญิงหนึ่งในนั้นถึงได้ตบนักเรียนหญิงคนนั้นหลายที พวกเราอยู่ในเหตุการณ์พอดี หานซู่หย่าทนดูไม่ไหวออกหน้าเข้าไป ลูกพี่ก็รู้จักอารมณ์ร้อนของหานซู่หย่า พูดไม่กี่ประโยค พวกเขาก็แทบจะอัดหานซู่หย่าแล้ว ดังนั้นฉีหลงก็ยื่นมือออกมา หลังจากนั้นจู่ๆ พวกเขาก็โผล่ออกมายี่สิบกว่าคนล้อมฉีหลงไว้ โวยวายว่าจะให้ฉีหลงคุกเข่าขอโทษ! แล้วก็จะสั่งสอนรุ่นน้องที่อวดดีอย่างพวกเราด้วย…” ลั่วล่างบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้หลิงหลานฟัง
“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปทันที! แล้วก็พยายามยื้อเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!” หลิงหลานสั่งลั่วล่างแล้วก็วางสายอุปกรณ์สื่อสาร เธอครุ่นคิดสักพักแล้วก็ติดต่อไปที่อู่จย่งทันที “อู่จย่ง แจ้งนักเรียนห้องเอและห้องบีทุกคนให้ไปรวมกลุ่มกันที่โรงอาหารสถาบัน!”
“เอ๋? ได้!” อู่จย่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็ตอบรับทันทีและเอ่ยถามต่อว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมต้องให้นักเรียนสองห้องไปห