าเธอเค้นถามเสี่ยวซื่อแล้วว่าทำไมถึงไม่เตือนเธอ ทำให้เสี่ยวซื่อพูดไม่ออกอย่างมาก คนพวกนี้เป็นสมาชิกที่ลูกพี่เคยสั่งว่าไม่จำเป็นต้องแจ้งเตือนเธอ นี่ลูกพี่เปลี่ยนความคิดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ทำไมเขาไม่รู้เลยล่ะ?
“เพิ่งมาไม่นาน เห็นลูกพี่กินข้าวอย่างมีความสุข พวกเขาก็รู้สึกดีใจมาก” หานจี้จวินตอบยิ้มๆ
หลิงหลานนวดหว่างคิ้วอย่างจนใจ เอ่ยด้วยความกลัดกลุ้มว่า “หานจี้จวิน อยากถามอะไรก็ถามมาเถอะ ท่าทางลับๆ ล่อๆ แบบนี้ไม่เหมาะกับนายเลยจริงๆ” หานจี้จวินเปลี่ยนจากลูกเสือที่เคร่งขรึมกลายเป็นคุณชายที่อบอุ่นใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มทันที มองยังไงก็ไม่สบอารมณ์ หลิงหลานรู้สึกขนลุกไปทั่วร่างเท่านั้น
“ดูเหมือนที่นี่จะไม่เหมาะนะ” หานจี้จวินเก็บรอยยิ้ม กล่าวด้วยความเสียใจพลางมองไปรอบๆ แวบหนึ่ง
เนื่องจากการก่อสร้างใหม่หลังสงครามเริ่มต้นมาได้สามเดือนกว่าแล้ว พวกทหารเก่าแก่มากมายต่างได้รับอาวุธใหม่ของตัวเองก็เลยอารมณ์ดีอย่างยิ่งยวด ดังนั้นถึงได้เห็นบรรยากาศคึกคักอบอุ่นในแต่ละโต๊ะอย่างง่ายดายมากๆ
หลิงหลานเห็นดังนั้นเลยผงกศีรษะพูดว่า “ก็จริง ถ้างั้นพวกเรากลับไปที่หอพักกันเถอะ”
หลิงหลานพาพวกฉีหลงมาที่หอพักของพวกเขา เธออาบน้ำก่อน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดป้องกันชุดใหม่ถึงค่อยนั่งลงบนตำแหน่งของตัวเองก่อนจะพูดว่า “เอาล่ะ มีคำถามอะไรก็ถามมาเถอะ แต่ว่าได้แค่วันนี้เท่านั้นนะ” หลิงหลานไม่ใช่คนที่ชอบเล่าเรื่องตัวเอง ด