ู่ ส่วนหลินจงชิงยิ่งตกตะลึง หาสติสตังกลับมาไม่ได้ไปชั่วขณะ
“รีบป้อนยารักษาสิ…” หานจี้จวินเห็นคนอื่นๆ ตรงหน้าต่างตกใจไป ก็รีบเก็บงำความรู้สึกตื่นตะลึงทันทีก่อนจะเอ่ยสั่งการอย่างใจเย็น
“อ้อๆ…” พวกฉีหลงหายาออกมาจากในกระเป๋าเป้ด้วยความลนลาน อยากจะป้อนให้หลิงหลาน แต่ว่าเนื่องจากมือสั่นยาก็เลยถูกเทออกไปด้านนอก ไหลลงมาจากด้านข้างมุมปาก
“ฉันเอง!” หานจี้จวินผลักเจ้าพวกโง่ที่ปกติใจกล้าแต่ว่าตอนนี้กลับลนลานจนมือไม้สับสนออกไป เขาคว้ายาหลอดหนึ่งจากในมือของลั่วล่าง ส่วนมือซ้ายก็บีบปากของหลิงหลานให้เปิดออกก่อนจะกรอกยาลงไป
“เอามาอีก!” หานจี้จวินให้สัญญาณว่าจะกรอกยาต่อ หลังจากที่กรอกยาไปแล้วห้าหลอดก็ค่อยหยุด
ประสิทธิภาพของยาห้าหลอดไม่เลวเอามากๆ หลิงหลานที่เดิมทีใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด บัดนี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดีขึ้น สภาพที่แต่เดิมยังกระอักเลือดออกมาไม่หยุดก็เริ่มดีขึ้นเช่นกัน สามนาทีให้หลัง หลิงหลานไม่ได้กระอักเลือดอีกต่อไปแล้ว
“พวกเราต้องรีบกลับค่ายที่พัก ไม่อย่างนั้นบาดแผลบนร่างกายลูกพี่จะไม่มีทางรักษา ถ้าเกิดผลเสียแอบแฝงไว้จะทำลายอนาคตของลูกพี่ได้!” เมื่อเห็นว่าหลิงหลานหลุดพ้นจากอันตรายถึงชีวิตแล้ว ความเยือกเย็นของฉีหลงก็กลับมา
คำพูดของฉีหลงย่อมได้รับความเห็นชอบจากทุกคน พวกเขายกหลิงหลานออกมาจากในห้องคนขับอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นก็หาวัสดุรอบๆ บริเวณเตรียมสร้างเปลหามง่ายๆ สักอันมายกหลิงหลานไป ถึ