กับพื้นได้ทันเวลา เขาจึงโชคดีมากที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ
ฉีหลงรอให้การสั่นสะเทือนหยุดลงก่อนจะรีบคลานขึ้นมามองไปบนฟ้า แล้วก็เห็นขาขวาของหุ่นรบสหพันธรัฐที่อยู่กลางอากาศตัวนั้นถูกระเบิดทำลาย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันใด
“พวกเราต้องเร็วขึ้นอีก” สงครามเวหาดูเหมือนอยู่ไม่ไกล แต่ความจริงแล้วมันก็มีระยะห่างถึงสามสี่กิโลเมตร พวกฉีหลงเดินทางรวดเร็วอย่างยิ่งยวดแล้ว เพียงแต่ว่าพวกเขายังไปได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของฉีหลงในคราวนี้ทำให้มีคนคัดค้านขึ้นมา และเขาก็คือหานจี้จวินเพื่อนสนิทของฉีหลงนั่นเอง “ฉีหลง ยิ่งเข้าใกล้สนามรบของหุ่นรบ พวกเราก็ยิ่งมีอันตรายมากขึ้นนะ โดยเฉพาะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าหุ่นรบสองตัวของฝ่ายตรงข้ามไปถึงช่วงเวลาสู้สุดชีวิตแล้ว พวกมันอาจจะระเบิดตัวเองให้ตายตกร่วมกันได้ทุกเวลา ถ้าพวกเราเข้าใกล้มากเกินไป ดูจากแรงระเบิดเมื่อสักครู่นี้ พวกเราจะถูกกระเทือนจนตายได้ทันทีเลยนะ”
หานจี้จวินมีเหตุผลอย่างมากและไม่ได้บุ่มบ่ามไม่ดูตาม้าตาเรือ ดังนั้นเมื่อเขาเห็นว่าการเดินทางขึ้นหน้าจะนำอันตรายมาสู่ชีวิตพวกเขาได้ก็ยื่นคำคัดค้านออกมา ไม่ได้ปล่อยให้ฉีหลงทำตามอำเภอใจเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของเขา
“ฉันรู้” ฉีหลงไม่ได้ปฏิเสธคำกล่าวของหานจี้จวิน เขาเองก็รู้ว่าการเข้าใกล้ที่นั่นไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย แต่ว่ามีเสียงหนึ่งร้องดังอยู่ในใจมาตลอดว่าให้เขาเข้าไปใกล้ๆ อีก ถ้าหากไม่ทำแบบนี้ อก