อารมณ์ที่ฮึกเหิมขึ้นมาแล้วเอ่ยปากว่า “ถ้างั้น หัวหน้า พาพวกเราไปด้วยกันเถอะ”
ฉีหลงมองไปรอบๆ คนทั้งสามตรงหน้าเขาก่อนจะพยักหน้าหนักๆ และตอบรับว่า “ได้! พวกเราไป!”
หลังจากนี้ไป พวกเขาจะไม่มีความหวาดระแวงอีก จะมีแค่มิตรภาพระหว่างพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันเท่านั้น
พวกเขาสี่คนมีฉีหลงนำหน้า หานจี้จวินตามหลังไปติดๆ หลินจงชิงเป็นคนที่สาม ส่วนลั่วล่างอยู่รั้งท้าย พวกเขาทะลุผ่านไปในป่าอย่างรวดเร็ว การสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการระเบิดเมื่อสักครู่นี้นำพาเรื่องแย่ๆ มา และก็มีข้อดีเล็กน้อยเช่นกัน นั่นก็คือในป่าไม่มีสัตว์อสูรเลยสักตัว ต่อให้มีสัตว์อสูรหลายตัวที่ติดอยู่บ้าง พวกมันก็ตกใจกลัวหลบซ่อนเข้าไปในเขตระดับ F เพราะการระเบิดอย่างรุนแรงครั้งนี้เหมือนกัน ดังนั้นกลุ่มฉีหลงจึงไม่ได้เจออุปสรรคอะไรเลย เดินทางไปหาจุดหมายได้อย่างราบรื่นตลอดทาง
ระหว่างทางหานจี้จวินพูดขึ้นเบาๆ จากด้านฉีหลงว่า “ฉีหลง นายต้องกลายเป็นหัวหน้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแน่นอน!” เสียงนี้เบาสุดขีด ราวกับหานจี้จวินเอ่ยพึมพำกับตัวเอง
ฉีหลงที่เดินอยู่ด้านหน้าสุดสะดุ้งตัวขึ้นมาฉับพลัน หน้าอกเต้นแรง มือของเขาพลันกำหมัดแน่นตรงจุดที่ทุกคนมองไม่เห็น
………….
ส่วนบนสนามรบกลางเวหา หลิงหลานเผชิญหน้ากับวิกฤติอีกครั้ง หลิงหลานจำเป็นต้องควบคุมหุ่นรบให้บินอย่างไร้กฎเกณฑ์เพื่อที่จะหลบหลีกการซุ่มโจมตีของฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง ทว่าการบินในขั้นสูงแบบ