ดนวางรากฐาน แล้วจงใจร่วงหล่นลงมา ปล่อยพลังทำลายอันรุนแรงเฉียบพลัน…และเวลานี้ แสงมงคลพันสายเหล่านั้นที่หลั่งลงมาจากฟากฟ้าก็ให้ความรู้สึกเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน!
ต้องมีบางสิ่งกำลังร่วงหล่น!
ลวี่หยางเพ่งมองไกลออกไป ในหมู่แสงมงคลนั้น เขาเห็นตำหนักหยกฟ้าทอง เห็นขุนเขา ตะวัน จันทรา แต่ก็เห็นภูเขาศพทะเลโลหิตอันกว้างใหญ่ไปพร้อมกัน
ภาพเช่นนี้ ทำให้เขานึกถึงเมื่อคราศึกชิงวิถี ที่เจินจวินทั้งหลายดึงถ้ำสวรรค์ส่วนตัวลงมา
“มันคืออะไรกันแน่?” ลวี่หยางเผลอพึมพำ
พลันนั้น เสียงหนึ่งก็ดังแว่วข้างหู:
“นั่นคือถ้ำสวรรค์”
ผู้พูดวาจาชัดถ้อยชัดคำ:
“เจินจวินเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อสิ้นสูญ ดวงจิตเข้าสู่วัฏฏะ ถ้ำสวรรค์ยวี่เชวี่ยเป่ากุยพลันหลุดจากฐาน ตำแหน่งมรรคผลเวิ้งว่าง…”
ลวี่หยางรู้สึกร่างเย็นเยียบ
แต่พอจำเสียงเจ้าของวาจานั้นได้ ร่างเขาก็คลายความเครียด หันกลับไปอย่างขุ่นใจ:
“ท่านอาจารย์ลุงแกล้งข้าหรือไม่?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” จงกวงเจินเหรินหัวเราะร่า “ตกใจรึ?”
“มิได้”
ลวี่หยางปากแข็ง แต่หันกลับไปมองแสงมงคลที่กำลังล่มสลาย พร้อมพึมพำว่า:
“ว่ากันตามนี้…แสดงว่าเจินจวินแห่งนิกายกระบี่หยกนั่นสิ้นชีพแล้วหรือ?”
“จะง่ายเช่นนั้นได้อย่างไรเล่า”
จงกวงเจินเหรินส่ายหน้า
“เจินจวินขั้นรวมโอสถ บ่มธาตุทองให้กลายเป็นพรหมแดน แปรพรหมแดนให้กลายเป็นถ้ำสวรรค์ หวังบรรลุมรรค ถ้ำสวรรค์ร่วงหล่นยังเป็นเพียงก้าวแรกของการสิ้นชีพเท่านั้น”
“เช่นเดียวกับเ