หลิงหลานไม่ได้เลือกไปจุดป้องกันการโจมตีทางอากาศแห่งนั้น ทว่าเธอแอบย่องไปที่จุดอับสายตาแห่งหนึ่งของฐานที่มั่น ในที่สุดเธอก็ติดต่อฉีหลงได้อีกครั้งภายใต้การช่วยเหลือของเสี่ยวซื่อ “ฉีหลง ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนแล้ว?”
“ลูกพี่หลาน ในที่สุดก็ติดต่อนายได้สักที ตอนนี้พวกเรากลับไปไม่ได้แล้ว” ฉีหลงเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะเจื่อนๆ
“เกิดอะไรขึ้น?” หลิงหลานถามด้วยความตกใจ
“ถนนที่พวกเรากลับไปตอนนี้กลายเป็นสนามรบไปแล้ว!” เสียงฟันอย่างรุนแรงดังมาจากฝั่งฉีหลง เสียงดุเดือดจนแทบจะกลบเสียงของฉีหลงลงไป
“หุ่นรบต่อสู้กันนี่!” หลิงหลานได้ยินเสียงนั้นก็รู้แล้วว่าคืออะไร
“ใช่แล้ว ไม่ใช่แค่นั้น…เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!” เสียงระเบิดรุนแรงของปืนใหญ่ดังขึ้นตรงฝั่งของฉีหลง “ลูกพี่ พวกเราต้องรีบถอยแล้ว ไม่อย่างนั้นจะถูกลมดาบของพวกเขาฟันจนกลายเป็นชิ้นๆ ได้”
เสียงหอบหายใจหนักๆ ดังออกมาจากในอุปกรณ์สื่อสารอย่างรวดเร็ว ดูท่า พวกฉีหลงกำลังวิ่งอย่างสุดชีวิต พยายามหนีออกจากสนามรบอันน่าหวาดหวั่นแห่งนั้น เวลานี้หลิงหลานกระวนกระวายใจมาก ลอบคับแค้นใจว่าทำไมเธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย
“เข้าไปต่อไม่ได้แล้ว เข้าไปก็เป็นเขตสัตว์อสูรระดับ F แล้ว” เสียงของหานจี้จวินดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสารอีกฝั่งหนึ่ง
“พวกนายเข้าไปในเขตสัตว์อสูรระดับ G แล้ว?” หัวใจของหลิงหลานรู้สึกว่าท่าไม่ดีแล้ว
“อื้อ สนามรบขยายตัวเร็วมากเกินไป พวกเราได้แต่ถอยหลบไปข้างหล