ัง แต่ยังดีที่พวกสัตว์อสูรระดับ G ก็ถูกสงครามนี้ขู่ขวัญจนหนีไปแล้ว” เสียงของฉีหลงแฝงไปด้วยความยินดี ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็หนีลึกเข้ามาขนาดนี้ไม่ได้เหมือนกัน
“อย่าวิ่งต่อนะ สัตว์อสูรพวกนั้นเปลี่ยนเป็นอันตรายมากขึ้นแล้ว” หลิงหลานเอ่ยด้วยความร้อนรน
เสียงวิ่งตะบึงทางฝั่งนั้นค่อยๆ ช้าลงจนในที่สุดก็หยุดนิ่ง หลังจากนั้นเสียงของฉีหลงก็ดังเข้ามาอีก แน่นอนว่ามันแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ “ลูกพี่หลาน นายหมายความว่ายังไง”
“พวกมันโดนไฟสงครามที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้บีบจนใกล้จะคลั่งแล้ว” หลิงหลานได้รับคำเตือนจากเสี่ยวซื่อ บอกว่าพวกสัตว์อสูรในขอบเขตการเฝ้าตรวจตราของเขาตอนนี้ดวงตาแดงฉานทั้งสองข้างแล้ว ราวกับมีความเอียงเอนไปยังการเข้าสู่สภาวะคลั่ง
“อ้อมสนามรบได้ไหม?” หลิงหลานรีบถามอีก
“ไม่ได้แล้ว สนามรบแผ่ไปทั่วทั้งเขตสัตว์อสูรระดับ G แล้ว ไม่ว่าจะอ้อมไปทางไหนก็ต้องผ่านเขตระดับ F” คนตอบคือหานจี้จวิน เขาให้ความสนใจกับสถานการณ์ของสนามรบมาตลอด รู้ดีว่าสนามรบในตอนนี้แทบจะลุกลามไปที่เขตระดับ G และระดับ H หมดแล้ว ดังนั้นหากพวกเขาอยากอ้อมสนามรบกลับไปยังฐานที่มั่นชั่วคราว ก็ได้แต่เดินทางจากเขตสัตว์อสูรระดับ F แล้ว
หานจี้จวินจนปัญญามาก ดูจากความสามารถของพวกเขาแล้ว หากคิดจะผ่านเขตระดับ F โอกาสรอดตายมีน้อยมากแน่นอน ไม่ต่างกับการข้ามผ่านจากสนามรบของหุ่นรบเท่าไหร่เลย
“ลูกพี่ วางใจเถอะ ถ้าสบโอกาสพวกเราจะรีบลงมือ ตอนนี้เร