ฉากนี้ทำให้นายทหารยิ้มฝืดเฝื่อนขึ้นมา พูดในใจว่าลูกเสือปีนี้แปลกพิกลมากเกินไปแล้ว ลูกเสือส่วนใหญ่ที่มาล่าสัตว์ก่อนหน้านี้ต่างมีทีมของตัวเองแล้ว นอกจากนี้โดยพื้นฐานแล้วต่างเป็นทีมที่มีสมาชิกเต็มแล้ว แต่ว่ารุ่นนี้ไม่เพียงมีทีมน้อยสุดขีด จำนวนคนยังไม่เต็มอีกด้วย จำนวนคนบางตาทำให้เขามองแล้วรู้สึกหงุดหงิด
“ทำไมจำนวนคนในทีมน้อยขนาดนี้ล่ะ?” นายทหารเอ่ยถามหัวหน้าทีมแต่ละคนด้วยความไม่พอใจ
“เดิมทีทีมมีสมาชิกเต็มแล้วครับ แต่ว่ามีอยู่สองคนที่ไม่ใช่คนของห้องเอเรา” หลี่อิงเจี๋ยตอบเป็นคนแรก
“อยู่ในระหว่างการเลือก ยังไม่ได้ทำการตัดสินใจครั้งสุดท้ายครับ” นี่เป็นคำพูดของอู่จย่ง
“อืม…คนที่ผมสนใจก็เข้าร่วมทีมแล้ว คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมทีม ผมก็ไม่ได้สนใจ” ฉีหลงลูบศีรษะเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง เพิ่มท่าทีโง่เง่าออกมาหลายส่วน
“ผมอยากรับคนนะครับ แต่ว่าพวกเขาไม่อยากเข้าร่วมกับผม” หัวหน้าทีมคนหนึ่งกล่าวพลางทำหน้ายุ่ง ใครใช้ให้คนพวกนั้นจ้องทีมของหลิงหลานกับอู่จย่งล่ะ
“เหมือนกัน+1!” หัวหน้าทีมอีกคนก็เบ้หน้าด้วยเหมือนกัน
“เหมือนกัน+2!” หัวหน้าทีมคนสุดท้ายก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ทำหน้าบูดเช่นเดียวกัน
คำพูดติดตลกของหัวหน้าทีมสามคนสุดท้ายทำให้นายทหารทั้งฉุนทั้งขำ เขาหันหน้าไปถามลูกเสือคนอื่นๆ ว่า “แล้วพวกเธอล่ะ? ทำไมถึงไม่เลือกเข้าร่วมทีม หรือว่าตั้งทีมของตัวเอง?”
ต่อมาก็เป็นความเงียบงัน นายทหารยื่นนิ้วชี้ไปยังนักเร