งหลานเลิกคิ้วพลางเอ่ยขึ้นมา
อู่จย่งมองหลิงหลานอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะขึ้นมาและกล่าวว่า “ก็ถูก!” เขาพูดจบก็เตรียมตัวจะก้าวออกไปข้างหน้า แต่ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งคว้าตัวเขาเข้ามา
อู่จย่งกำลังจะหลบออกตามจิตใต้สำนึก แต่เขาก็พบว่าตัวเองไม่มีโอกาสแล้ว มือข้างนั้นปิดช่องว่างในการหลบของเขาทั้งหมด…
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่นายจะออกไป” คนที่คว้าตัวอู่จย่งไว้ก็คือหลิงหลานนี่เอง
“หลินจงชิง” หลิงหลานพลันหันหน้ากลับไปแล้วตะโกนขึ้นมา
หลินจงชิงอึ้งไปก่อนจะรีบตอบกลับว่า “ลูกพี่ มีเรื่องอะไร”
“นายไปทดสอบคนๆ นั้นก่อน” หลิงหลานสั่ง “ใช้แค่ทักษะการต่อสู้พื้นฐานของสถาบันลูกเสือเท่านั้นนะ”
“ได้…” ถึงแม้หลินจงชิงไม่รู้ว่าทำไมหลิงหลานไม่ให้เขาใช้ท่าไม้ตายลับด้วย แต่เมื่อลูกพี่สั่งแล้ว ต่อให้เขาไม่เข้าใจก็ยังต้องทำตาม
“อยากจะสู้กับอันดับท็อปที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา JMC คนเดียวยังไม่มีคุณสมบัติพอ” เสียงคำกล่าวของหลินจงชิงดังออกมาจากฝูงชน ทำให้คนของห้องเอตกตะลึงไปก่อนจะส่งเสียงเชียร์ขึ้นมา เพราะว่าพวกเขาเห็นพวกหลิงหลาน ฉีหลง อู่จย่ง มาแล้ว ส่วนหลินจงชิงคือคนของทีมหลิงหลาน การที่เขาออกหน้า แสดงว่าต้องได้รับการอนุญาตจากหลิงหลานอย่างไม่ต้องสงสัย
อู่จย่งมองหลินจงชิงเดินเข้าไปในสนามประลอง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวลว่า “เขาไหวเหรอ?”
“การจัดการกับ JMC ที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ขอเพียงหลินจงช