ี่รู้จักตัวเองดีพอก็ทยอยกันตั้งเป้าไปที่ทีมของอู่จย่ง อย่างน้อยที่สุด เงื่อนไนในการรับคนของทีมอู่จย่งก็ไม่ได้สูงขนาดทีมหลิงหลาน นอกจากนี้ยังมีโควตาเหลือสองที่ ไม่ว่ายังไงอัตราความสำเร็จก็สูงกว่ามาก นี่ทำให้ระดับความสนใจของทีมอู่จย่งสูงกว่าทีมหลิงหลานในหมู่นักเรียนห้องเอ
“ไม่รู้ว่าสถาบันลูกเสือของดาวดวงไหนถึงได้โหดขนาดนี้?” เยี่ยซวี่เองก็อยากรู้เรื่องนี้เหมือนกัน
“เป็นดาวเว่ยหลาน!” คำตอบของนักเรียนที่แจ้งข่าวทำให้พวกนักเรียนในห้องต่างตกตะลึงไป ดาวเว่ยหลานเป็นดาวระดับสามนะ ทรัพยากรทุกด้านต่างด้อยกว่าพวกเขาหลายเท่า หรือว่าที่นั่นมีอัจฉริยะแห่งยุคปรากฏตัวขึ้น?
หลี่อิงเจี๋ยที่เดิมทีไม่ได้ใส่ใจอะไร พอได้ยินคำว่าดาวเว่ยหลานก็คล้ายกับนึกอะไรออก สีหน้าเขาซีดเผือดฉับพลัน รีบเอ่ยปากถามว่า “นายรู้หรือเปล่าว่าพวกคนที่ฝ่าด่านคือใคร?” การฝ่าด่านจำเป็นต้องอาศัยทีม ดังนั้นหลี่อิงเจี๋ยถึงได้ถามแบบนี้
นักเรียนที่แจ้งข่าวกล่าวพลางส่ายหน้าด้วยความเสียใจว่า “ฉันบังเอิญได้ยินอาจารย์สองคุยเรื่องนี้กัน ตอนที่ฉันเดินผ่านพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ฉันได้ยินแค่ว่านักเรียนดาวเว่ยหลานฝ่าด่านได้ตั้งแต่ยังไม่ถึงตีห้าของเช้าวันนี้ กลายเป็นทีมแรกที่ฝ่าด่านสำเร็จในปีนี้ หลังจากนั้นฉันก็ไม่กล้าหยุดฟังมากกว่านี้แล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าคนพวกนั้นคือใคร”
“ส่วนข้อมูลที่ละเอียด คิดว่าพวกอาจารย์น่าจะรู้นะ” นักเรียนคนอื่นๆ ก็ทยอยกันถก