“อืม ในเมื่อเธอพูดขนาดนี้ ฉันไม่พยายามไม่ได้แล้ว” ผู้ควบคุมหุ่นรบเสือชีตาห์ตอบด้วยความจริงจังมาก แต่หลิงหลานกลับไม่รู้ นึกว่าอีกฝ่ายแค่พูดเล่นเท่านั้น
ผู้ควบคุมเสือชีตาห์นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็เอ่ยชื่นชมว่า “คราวนี้ความเร็วของนายเร็วกว่าฉันแล้ว ล่าสุดฉันเข้าสู่จุดคอขวดแล้ว และก็หยุดอยู่ที่เวลานี้ตลอด ไม่สามารถก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้เลย ความเร็วมือของฉันถึงขีดจำกัด ดูท่าฉันได้แต่ต้องหยุดลงแล้ว” เสียงของผู้ควบคุมหุ่นรบเสือชีตาห์ฟังดูผิดหวังอยู่บ้าง บางทีอาจจะถึงเวลาที่จะต้องแยกจากกันแล้ว
“งั้นก็ฝึกความเร็วมือสิ” หลิงหลานหลุดพูดออกมา หลังจากที่คบหารู้ใจกันมาหลายเดือนทำให้หลิงหลานอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของอีกฝ่ายอย่างยิ่งยวด ทว่าเมื่อเสียงพูดของเธอเพิ่งจะหลุดไป เธอก็ตื่นตัวขึ้นมา นี่เธอไม่ได้ระมัดระวังตัวกับอีกฝ่ายเลยสักนิดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“ฝึกความเร็วมือ? ฝึกยังไงเหรอ?” ผู้ควบคุมเสือชีตาห์ตกตะลึงกับคำพูดของหลิงหลานมากเหมือนกันแล้วก็หลุดปากเอ่ยถามโดยไม่คาดคิด
อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว มีความเป็นไปได้สูงว่าคำถามของเธออาจจะเป็นความลับที่อาจารย์ของอีกฝ่ายถ่ายทอดให้โดยที่ไม่แพร่งพรายให้คนนอกรู้ เขาจะละโมบต้องการความลับการฝึกฝนของอีกฝ่ายได้ยังไง “ขอโทษนะ ฉันถามมากไปแล้ว”
“ไม่เป็นไร….” หลิงหลานลอบขมวดคิ้ว อันที่จริงในใจเธออดรู้สึกแย่ไม่ได้ เหมือนกับว่าการที่ไม่บอกเขาเป็น