่านั้น พวกเรื่องที่เกี่ยวกับคุณพ่อแล้วก็เรื่องหุ่นรบด้วย”
เมื่อเสี่ยวซื่อพูดถึงหุ่นรบ ปากก็พูดอะไรบางอย่างที่จับใจความไม่ได้ อย่างไรก็ตามความสนใจของหลิงหลานถูกคำพูดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับคุณพ่อดึงดูดไปแล้วเรียบร้อย เธอพูดเตือนอย่างจริงจังว่า “รวบรวมข้อมูลก็รวบรวมข้อมูล แต่ต้องระวังปกปิดเป็นความลับ อย่าให้คนอื่นพบเข้าละ”
เสี่ยวซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “วางใจเถอะน่า ลูกพี่!”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…” หลิงหลานชี้ไปที่กระดาษตรงหน้าเสี่ยวซื่อ “ต้องทำขนาดนี้ด้วยหรือ?” อันที่จริงเสี่ยวซื่อสามารถสรุปข้อมูลไปที่โปรแกรมของตัวเองโดยตรง ไม่จำเป็นต้องแสดงข้อมูลพวกนั้นออกมาเหมือนกระดาษเป็นแผ่นๆ แบบนี้
“ลูกพี่ เธอไม่รู้สึกเลยหรือไงว่าใช้กระดาษแสดงตัวหนังสือพวกนี้แล้วดูมีระดับมากๆ?” เสี่ยวซื่อเอ่ยด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม “ฉันหยิบกระดาษมาอ่าน ให้ความรู้สึกว่าชาญฉลาดมากๆ ไม่ใช่เหรอ?”
เจ้าเด็กตัวปัญหานี่นะ ที่แท้ก็กำลังทำเท่สินะ! หลิงหลานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นนายก็ทำตัวดูฉลาดต่อไปละกัน ฉันต้องเข้าไปเรียนในมิติการเรียนรู้แล้ว
ท่าทีไม่ประทับใจของหลิงหลานทำให้เสี่ยวซื่อรู้สึกได้ลึกๆ ถึงช่วงว่างระหว่างวัยที่ปรากฏขึ้นในการสื่อสารของเขากับลูกพี่ เพราะอย่างนั้น เขาจึงโบกมือให้หลิงหลานอย่างดูถูกมากๆ เป็นการบอกหลิงหลานว่าอย่ามารบกวนการทำงานของเขา
ท่าทีไร้หัวใจของเสี่ยวซื่อทำให้หลิงหลานได้แต่ส่า