จอมกระบี่ผู้หล่อหลอมจิตกระบี่และเจตจำนงกระบี่ได้แล้ว กลับถูกลมอ่อนพัดสลายร่างแท้ของตนไปต่อหน้า
ถัดมาเพียงครู่ ก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบพื้นดังกล้องกัง ถุงสะพายของอิ๋งถงโส่ว กับกระบี่บินประจำตนของเยี่ยซิงเฟิงที่บ่มเพาะจนถึงขั้นก็หล่นลงมาพร้อมกัน ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็รีบเก็บกวาดทุกสิ่งไว้ทันที ไม่ให้หลุดมือแม้แต่น้อย
จากนั้นฟากฟ้าเหนือทะเลก็กึกก้องขึ้นอีกระลอก ลวี่หยางจึงเงยหน้าขึ้นมอง
พลันเห็นเพลิงดวงดาราทั่วนภากำลังร่วงหล่นจากฟ้า
ลวี่หยางเบิกเนตรเวท เปิดใช้งานศาสตราวิเศษตรวจฟ้าที่หว่างคิ้วถึงขีดสุด แสงไฟธาตุหยางส่องฟ้าอย่างแรงกล้า จึงพอมองเห็นภาพสลัวของฟ้าดินบ้าง
พื้นทะเล กำลังสูงขึ้น
ไม่ถูก ต้องพูดว่า “บางส่วน” ของทะเลกำลังลอยขึ้น ขนาดกว้างใหญ่เพียงใดลวี่หยางมองไม่เห็นแน่ชัด เห็นเพียงแนวขอบของผิวน้ำที่ห่างไกลมีรอยเบี่ยงเบนซ้อนทับอย่างเห็นได้ชัด
“ทะเลบางส่วนลอยขึ้นฟ้า?”
ลวี่หยางเงยหน้า มองไกลไปจนสุดสายตา ทะลุม่านเมฆฟ้าศักดิ์สิทธิ์สามสิบหกชั้น ทะลุหมอกมายาหลายชั้น จึงเห็นเค้าร่างเลือนรางของใบหน้าใหญ่โตที่บดบังอยู่หลังม่านหมอก
“เจินจวิน…ร่างอวตาร!”
คราแห่งศึกชิงวิถี ลวี่หยางเคยเห็นมาก่อนครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นเขายังมิได้วางรากฐาน ได้แต่แลจากไกล ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับความรู้สึกจริงแท้เช่นนี้ได้เลย
จากนั้นเขาก็เห็น ใบหน้านั้นซึ่งกว้างใหญ่ครอบฟ้าครอบดินเอียงลงเล็กน้อย
มองเขาอยู่
ไม่ ไม่ใช่