“ไม่ใช่น่า ภารกิจมรดกเป็นภารกิจที่ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิตไม่ใช่เหรอ? ทำไมคราวนี้ถึงเปิดการทดสอบสาธารณะอย่างชัดเจนล่ะ?” ปฏิกิริยาตอบสนองในตอนแรกของหลิงหลานคือเป็นเรื่องล้อเล่นหรือเปล่า แต่พอคิดว่าถึงแม้ฉีหลงจะมีนิสัยไม่สนใจใยดีอะไร แต่เขาไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องใหญ่มาก่อน เธอก็เลยสอบถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเรื่องนี้เหมือนกัน ผู้แข็งแกร่งที่ตั้งภารกิจมรดกคนนี้อาจจะชอบใช้วิธีคัดออกเป็นวงกว้างในการเลือกลูกศิษย์ แต่ฉันก็ชอบนะ” ฉีหลงเอ่ยอย่างมีความสุข เขาคิดว่าตัวเองไม่น่าจะมีพรหมลิขิตอะไรกับพวกมรดกที่ให้ความสำคัญกับจังหวะ ดังนั้นเขาเลยดีใจมากที่สุดที่ได้เห็นภารกิจมรดกที่ใช้รูปแบบเปิดเป็นสาธารณะดั่งเช่นในวันนี้ นอกจากนี้ยังคิดว่ามรดกแบบนี้ค่อนข้างจะยุติธรรมด้วย
ฉีหลงคิดแบบนี้ก็เกี่ยวพันกับนิสัยของเขา คนที่ชอบความตรงไปตรงมาอย่างเขาเห็นของบางอย่างที่อ้อมไปอ้อมมา เขาก็รู้สึกปวดหัว
“ที่แท้ก็เป็นการเฟ้นหานี่เอง!” หลิงหลานเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง แน่นอนว่าคำพูดของหลิงหลานทำให้ฉีหลงที่อยู่ปลายสายของอุปกรณ์สื่อสารอุทานด้วยความตื่นเต้นติดต่อกัน คิดว่าคำนี้มันชัดเจนมากเกินไปจริงๆ
ตอนนี้หนังหน้าของหลิงหลานหนาขั้นสุดยอดแล้ว พวกคำในอินเตอร์เน็ตหรือคำสแลงที่คุ้นเคยในชาติก่อนตกเป็นของเธอไปแล้ว เธอบอกว่าตัวเองจะรีบไปทันทีด้วยความสงบนิ่งมาก
ถึงแม้ว่าหลิงหลานจะไม่ค่อยกระตือรือร้นกับภารกิจมรด