เมื่อหลิงหลานลืมตาขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ถูกมิติการเรียนรู้ฝืนดึงจิตสำนึกเข้าไป เธอก็พบว่าเธอไม่ได้อยู่ในมิติของอาจารย์คนไหนเลย และก็ไม่ได้อยู่ในห้องโถงมิติการเรียนรู้ของเสี่ยวซื่อด้วย หากแต่อยู่ในเส้นทางที่มืดและขมุกขมัวสุดขีด
หลิงหลานอดขมวดคิ้วไม่ได้ เธอเปล่ารู้สึกไม่คุ้นตากับเส้นทาง มีการทดสอบแสนโรคจิตของอาจารย์หมายเลขห้าอยู่ครั้งหนึ่งที่ปรากฏฉากที่คล้ายคลึงแบบนี้ แน่นอนว่าประสบการณ์ครั้งนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าน่าพิสมัยเลย ดังนั้นหลิงหลานจึงไม่ชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้เอามากๆ
อย่างไรก็ตาม หลิงหลานก็รู้ดีเช่นกัน ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบ เธอก็ต้องอยู่ที่นี่อยู่ดี มิติการเรียนรู้ไม่มีช่องทางให้เจรจาต่อรอง
หลิงหลานรออยู่พักใหญ่ ก็ไม่เห็นมีอาจารย์ปรากฏตัว หัวคิ้วของเธอขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นกว่าเดิม นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“เฮ้ มีใครอยู่ไหม? อาจารย์หมายเลขหนึ่ง? อาจารย์หมายเลขห้า? อาจารย์หมายเลขเก้า?” หลิงหลานตะโกน เธอไม่อยากเสียเวลารอคอยแบบนี้ ควรรู้ไว้ว่าที่โลกภายนอก ฉีหลงยังคงรอประลองกับเธออยู่ เธอไม่อยากผิดสัญญา
สิ่งที่ตอบหลิงหลานมีเพียงเสียงสะท้อนที่ค่อยๆ ดังห่างไกลออกไปภายในเส้นทาง ไม่มีใครตอบหลิงหลานเลย หลิงหลานครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็ยื่นมือขึ้นมานวดหว่างคิ้ว พูดด้วยน้ำเสียงจนปัญญาว่า “เสี่ยวซื่อ เลิกเล่นได้แล้ว รีบออกมาเร็วเข้า”
เดิมทีเธอคิดว่านี่เป็นการล้อเล่นของเสี่ยวซื่อ แต่น่าเส